โครงการยาบีเชิงรุก เฝ้าระวังภัยเงียบกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปีงบประมาณ2569
โครงการยาบีเชิงรุก เฝ้าระวังภัยเงียบกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปีงบประมาณ2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการยาบีเชิงรุก เฝ้าระวังภัยเงียบกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปีงบประมาณ2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L3070-2-6 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ตำบลยาบี | |
| วันที่อนุมัติ | 4 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 60,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางจันทิยา พัทบุรี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ยาบี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี |
จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมในตำบลยาบี พบว่าประชาชนมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคเหล่านี้มักถูกเรียกว่า "ภัยเงียบ" เนื่องจากในระยะแรกจะไม่แสดงอาการ ทำให้ประชาชนละเลยการดูแลสุขภาพและไม่เข้าสู่ระบบการคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ หากไม่ได้รับการตรวจพบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคไตวาย หรืออัมพฤกษ์อัมพาต เพื่อให้เกิดระบบการเฝ้าระวังสุขภาพที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน อสม. ตำบลยาบี จึงเห็นควรให้มีการดำเนินงานเชิงรุกโดยการออกหน่วยเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน เพื่อเข้าถึงประชาชนที่ไม่ได้มารับบริการที่ รพ.สต. โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ทราบสถานะสุขภาพของตนเอง การดำเนินงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ แต่ยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลสุขภาพที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย
- 1. เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกให้ครอบคลุมประชาชนใน 6 หมู่บ้าน
- 2. เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลการเฝ้าระวังสุขภาพในระดับชุมชนโดย อสม.
- 1.ประชุมเตรียมความพร้อม สำรวจข้อมูล จัดทำทะเบียนฐานข้อมูลสุขภาพและชี้แจงการดำเนินงาน
- 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องภัยเงียบโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและออกหน่วยคัดกรองสุขภาพเชิงรุกรายหมู่บ้าน จำนวน 6 หมู่
- 3. กิจกรรมติดตามประเมินผลและส่งต่อกลุ่ม (กลุ่มเสี่ยงสุขภาพ)
- 4. สรุปผลและรายงานโครงการ
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในตำบลยาบีได้รับการคัดกรองสุขภาพอย่างน้อยร้อยละ 90 ของประชากรทั้งหมด
- ค้นพบกลุ่มเสี่ยงรายใหม่และส่งต่อเข้าสู่ระบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
- ประชาชนมีความตระหนักและรู้จักค่าสถานะสุขภาพพื้นฐานของตนเอง (ความดัน/น้ำตาล/BMI)
- มีฐานข้อมูลสุขภาพระดับหมู่บ้านที่แม่นยำเพื่อใช้ในการวางแผนสุขภาพในปีถัดไป