โครงการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตพิชิตโรคภัยในโรงเรียน
โครงการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตพิชิตโรคภัยในโรงเรียน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตพิชิตโรคภัยในโรงเรียน | |
| รหัสโครงการ | 69-L4119-2-9 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ | |
| วันที่อนุมัติ | 11 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 14,860.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | น.ส.อนิษ หลังปูเต๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา |
สถานการณ์สุขภาพของประชาชนในพื้นที่บ้านศรีท่าน้ำ ตำบลธารโต จังหวัดยะลา จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2566-2568) พบประเด็นการเกิดของโรคและปัญหาสุขภาพที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งปัญหาที่พบความรุนแรงและมีสถิติสูงที่สุดคือ ปัญหาฟันผุในเด็ก โดยพบว่ามีอัตราการเกิดฟันผุเฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ 72.4 (อ้างอิง: รายงานผลการดำเนินงานทันตสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และสรุปผลตรวจสุขภาพช่องปาก รพ.สต. ในเขตพื้นที่ตำบลธารโต) ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวานและการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่จำกัด รองลงมาคือ ภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะภาวะเตี้ยและผอมในเด็กอายุ 0-5 ปี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ ร้อยละ 23.5 สะท้อนถึงปัญหาความมั่นคงทางอาหารและพฤติกรรมการเลี้ยงดูในครัวเรือน และสุดท้ายคือ การเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจหรือภาวะไข้หวัด ซึ่งพบความถี่ในการเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลปฐมภูมิเฉลี่ย ร้อยละ 18.2 ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีความชื้นสูง ปัญหาสุขภาพทั้งสามประการนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาวะทางกาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการตามวัยและคุณภาพชีวิตระยะยาวของคนในชุมชนบ้านศรีท่าน้ำอย่างนัยสำคัญ ปัญหาด้านสุขภาวะในพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่นอย่างจริงจัง จากข้อมูลเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของ สาธารณสุขอำเภอธารโต พบว่าพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมและการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากในเด็กประถมศึกษายังเป็นประเด็นสำคัญ โดยสถิติเด็กนักเรียนที่มีฟันแท้ผุในช่วงปี พ.ศ. 2565 - 2567 ในเขตพื้นที่พบค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 52.4, 50.8 และ 49.6 แม้จะมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยแต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศ นอกจากนี้ สภาพภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลยังส่งผลต่อการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกวิธี ทำให้เด็กในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินอาหารและภาวะทุพโภชนาการ การดำเนินโครงการในพื้นที่จึงต้องมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Activities) เพื่อให้เด็กสามารถป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงและสร้างนิสัยสุขภาพที่ถูกต้องได้ตามบริบทของพื้นที่สำหรับพื้นที่ อ.ธารโต ปัญหาที่โดดเด่นและต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันคือ "โรคฟันผุในเด็กประถม" ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกิน โรงเรียนบ้านศรีท่าน้ำ ในฐานะสถาบันหลักที่มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะเยาวชนในเขตพื้นที่อำเภอธารโต จึงได้จัดทำโครงการ "สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตพิชิตโรคภัยในโรงเรียน" ขึ้น เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจและทักษะในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ผู้เรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อพัฒนา ศักยภาพด้านสุขภาวะผ่านการบูรณาการทักษะหลัก 3 ประการ ได้แก่ โภชนาการ สุขภาพช่องปาก และการออกกำลังกาย และ เพื่อสร้าง กลไกการป้องกันเชิงรุกที่เข้มแข็งให้นักเรียนสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและตัดสินใจบนพื้นฐานของสุขภาวะที่ดี การจัดกิจกรรมผ่านฐานการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ เช่น กิจกรรมศิลปินน้อยสร้างจานพลังวิเศษ ฟันสวยเลือกได้ และการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ผู้เรียนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีสุขภาพสมบูรณ์ และมีรากฐานชีวิตที่มั่นคงยั่งยืนสืบไป
- เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่นักเรียน
- เพื่อให้นักเรียนสามารถสาธิตการดูแลสุขภาพและตัดสินใจหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง
ขั้นเตรียมการ : วางแผนการดำเนินงาน ประสานงานวิทยากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และสื่อการเรียนรู้ที่จำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพ ๒. ขั้นให้ความรู้ : จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการรู้จักปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อร่างกาย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ๓. ขั้นฝึกปฏิบัติและสร้างทักษะ : จัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ (Workshop) เพื่อฝึกทักษะการปฏิบัติจริง เช่น การสาธิตการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม และกิจกรรมจำลองสถานการณ์เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ๔. ขั้นประเมินและสรุปผล : ดำเนินการทดสอบความรู้ (Pre-test/Post-test) ประเมินทักษะการปฏิบัติระหว่างกิจกรรม พร้อมสรุปรายงานผลการดำเนินโครงการเสนอต่อ อบต.
1.นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถสาธิตทักษะการดูแลสุขภาพและตัดสินใจหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐