กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปันยิ้ม สร้างสุข ผู้สูงวัย 80 ปี ฟันดี 20 ซี่

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปันยิ้ม สร้างสุข ผู้สูงวัย 80 ปี ฟันดี 20 ซี่
รหัสโครงการ 69-
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดประชาภิรมย์
วันที่อนุมัติ 24 กุมภาพันธ์ 2569
ปี 2569
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2569 - 30 กันยายน 2569
งบประมาณ 28,085.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวนรา ฉาฉ่ำ
พื้นที่ดำเนินการ 9 ชุมชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ , แผนงานสุขภาพจิต
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน (คน) ขนาด

ปัจจุบัน สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยกำลังเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) แล้ว โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากร ซึ่งมาพร้อมความท้าทายด้าน สุขภาพ (โรคเรื้อรัง, ภาวะพึ่งพิงเพิ่ม) เศรษฐกิจ (เงินออมไม่พอ, ค่าครองชีพสูง, ค่ารักษาพยาพยาบาลแพง) และ สังคม (อยู่คนเดียวมากขึ้น, การดูแลในครอบครัวลดลง) ลักษณะสำคัญของสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย • โครงสร้างประชากร: ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2566 และกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ในอนาคตอันใกล้ (ผู้สูงอายุมากกว่า 30%). • การอยู่อาศัย: ผู้สูงอายุอยู่กับบุคคลอื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่แนวโน้มการอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวเกือบ 13%. • สุขภาพ: ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และมีแนวโน้ม ภาวะพึ่งพิง เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งในกลุ่ม ติดบ้าน (ติดเตียง/ผู้ดูแล) และกลุ่มที่ดูแลกันเองในครอบครัว ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตโดยลำพังมากขึ้น • เศรษฐกิจ: ผู้สูงอายุเกือบครึ่งไม่มีเงินออม ส่วนใหญ่มีเงินออมน้อย และยังมีหนี้สินอยู่บ้าง. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูง และเงินเฟ้อทำให้เงินออมลดมูลค่าลงมาก สถานการณ์ผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแลของศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดประชาภิรมย์ก็มีจำนวนมากเช่นกัน จากข้อมูลปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีประชากรสูงอายุทั้งสิ้น 2,183 ราย เป็นผู้สูงอายุติดสังคม 2,136 ราย ติดบ้าน 24 ราย ติดเตียง 23 ราย และจากการคัดกรองภาวะสุขภาพ 9 ด้านในผู้สูงอายุพบว่า ปัญหาอันดับ 1 ได้แก่ ปัญหาสุขภาพช่องปาก อันดับ 2 ได้แก่ ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว และอันดับ 3 ได้แก่ปัญหาด้านการมองเห็น (ข้อมูลจาก HDC การคัดกรองผู้สูงอายุ 9 ด้าน Basic/Community Screen STEP1 ปี 2568) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับการคัดกรองมาจาก application smart อสม. จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุในชุมชนมีปัญหาด้านสุขภาพช่องปากซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อระบบบดเคี้ยว ส่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะโภชนาการ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นวัยที่ร่างกายต้องการอาหารเพื่อซ่อมแซมสุขภาพ ปัญหาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่ถูกต้องจึงถือเป็นเรื่องที่จำเป็น การที่สุขภาพช่องปากสะอาดจะลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยเฉพาะปัญหาปอดอักเสบติดเชื้อจากการสำลักซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีจึงช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลจาก Care Giver รวมถึงเราต้องใช้การขับเคลื่อนงานผ่าน อสม. เพื่อเป็นแกนนำในการมีความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุที่ถูกต้อง เพื่อนำไปให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสามารถคัดกรองผู้สูงอายุเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง และส่งต่อในกรณีที่จำเป็น
  2. 2.เพื่อให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง,CG,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน มีความรู้ ทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมที่ 1 จัดกิจกรรมเชิงรุกตรวจคัดกรองในกลุ่มเป้าหมายในชุมชนโดยอสม. และ CG
  2. กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้ ฝึกทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากและประเมินสภาวะช่องปากผู้มีภาวะพึ่งพิงแก่ ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง, CG, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสามารถคัดกรองผู้สูงอายุเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง และส่งต่อได้ในกรณีที่จำเป็น

2.ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง,CG,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน มีความรู้ ทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง