โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ในนักเรียน รพสต.บ้านหนองปรือ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ในนักเรียน รพสต.บ้านหนองปรือ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ในนักเรียน รพสต.บ้านหนองปรือ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง | |
| รหัสโครงการ | 69-1526-01- | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองปรือ | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 5,120.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปาริฉัตร น้อยนาฎ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง |
สุขภาพช่องปากเป็นมิติสำคัญของสุขภาวะโดยรวม โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานของสุขภาพฟันตลอดชีวิต ปัญหาโรคฟันผุในเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่เรื้อรังและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า แต่สถิติการเกิดฟันผุในเด็กไทยยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางร่างกาย การเจริญเติบโตที่สมวัย เนื่องจากการปวดฟันส่งผลให้เด็กเคี้ยวอาหารลำบาก พักผ่อนไม่เพียงพอ และขาดสมาธิในการเรียน ยิ่งไปกว่านั้น อาการฟันผุที่ลุกลามจนต้องถอนฟันก่อนกำหนดในวัยเด็ก ยังส่งผลเสียต่อการเรียงตัวของฟันแท้ที่จะขึ้นมาทดแทน ก่อให้เกิดปัญหาทางทันตกรรมที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมากในอนาคต สาเหตุหลักของปัญหาฟันผุในกลุ่มเป้าหมายนี้เกิดจากปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปตามสภาพสังคม เด็กเข้าถึงขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มรสหวาน และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ทักษะการทำความสะอาดช่องปากด้วยตนเองยังไม่ทั่วถึงและไม่ถูกวิธี ประกอบกับผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักในเรื่องความสำคัญของฟันน้ำนม โดยมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่าฟันน้ำนมจะต้องหลุดไปอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา ซึ่งในความเป็นจริง ฟันน้ำนมที่ผุเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่สามารถแพร่กระจายไปยังหน่อฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ และส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเด็ก (Self-esteem) เมื่อต้องเข้าสังคมกับเพื่อนที่โรงเรียน การป้องกันจึงเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณมากกว่าการรอให้เกิดโรคแล้วจึงทำการรักษา สารฟลูออไรด์ (Fluoride) ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นนวัตกรรมที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการยับยั้งการสูญเสียแร่ธาตุที่ผิวเคลือบฟัน และช่วยในการคืนกลับของแร่ธาตุ (Remineralization) ทำให้ผิวเคลือบฟันแข็งแรงทนทานต่อกรดที่เกิดจากแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัย (อนุบาล) การทาฟลูออไรด์วานิช (Fluoride Varnish) ที่มีความเข้มข้นสูงจะช่วยเคลือบปกป้องฟันน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในกลุ่มเด็กประถมและมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นช่วงที่ฟันแท้เริ่มทยอยขึ้นสู่ช่องปาก การได้รับฟลูออไรด์เสริมจะช่วยป้องกันฟันผุในฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นใหม่ซึ่งยังมีความแข็งแรงไม่เต็มที่ การจัดทำโครงการเคลือบฟลูออไรด์เชิงรุกในสถานศึกษาจึงเป็นแนวทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมและเท่าเทียมที่สุด จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าการให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการลดอัตราการเกิดฟันผุ แต่ต้องอาศัย "มาตรการเชิงรุก" ร่วมด้วย การบูรณาการระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และหน่วยบริการสาธารณสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น จะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการทันตกรรมป้องกัน เด็กทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะทางเศรษฐกิจอย่างไร จะต้องได้รับโอกาสในการเคลือบฟลูออไรด์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อรักษามาตรฐานสุขภาพช่องปากให้อยู่ในเกณฑ์ดี การลงทุนในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการปวดฟันของเด็ก แต่ยังเป็นการสร้างพลเมืองที่มีสุขภาพดี ลดภาระงบประมาณการรักษาโรคที่ปลายเหตุของรัฐบาลในระยะยาว ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองปรือ [ชื่อหน่วยงานผู้เสนอโครงการ] จึงได้จัดทำ "โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันฟันผุด้วยการเคลือบฟลูออไรด์ในนักเรียน" ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการคัดกรองความเสี่ยง การเคลือบฟลูออไรด์ป้องกันโรค และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก (Health Literacy) ให้แก่ตัวนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสาธารณสุขของท้องถิ่นที่มุ่งเน้นการสร้างนำซ่อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของบุตรหลานในชุมชนสืบไป
๑. นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ และโรงเรียนวัดคีรีวิหาร ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก และได้รับการทาฟลูออไรด์วานิช ๒. นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองปรือ และโรงเรียนวัดคีรีวิหาร มีความรู้ความเข้าใจด้านการดูแลสุขภาพช่องปากกลุ่มวัยทำงาน เพื่อป้องกันโรคฟันผุ