โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงสูงปี2569
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงสูงปี2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงสูงปี2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L1521-1-5 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส | |
| วันที่อนุมัติ | 10 มิถุนายน 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 14,650.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางเพ็ญศรี บัวขำ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง |
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน การบริโภคอาหารโดยไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขเป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำไปสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ในกลุ่มประชากรที่มีภาวะเสี่ยงสูงถ้าไม่ได้รับการดูแลหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมอาจพัฒนาเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทำให้เป็นภาระต่อเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลส่วนปัจจัยด้านอื่นๆ ที่อาจมีความเกี่ยวเนื่องกันได้ก็คือ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่าคนที่มีบิดา มารดา มีภาวะความดันโลหิตสูงก็มักจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนที่บิดา มารดา มีภาวะความดันโลหิตปกติส่วนในเรื่องปัจจัยแวดล้อม เช่น มีน้ำหนักตัวมาก สูบบุหรี่จัด ดื่มสุราจัด มีระดับไขมันในเลือดสูงและมีความเครียดก็มีผลทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงเช่นกันและโรคเบาหวานเป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรังอันตรายที่มักพบร่วมกันกับโรคความดันโลหิตสูงและมักจะค่อยๆสูงขึ้นและร่างกายก็ค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับภาวะความดันโลหิตที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ค่อยทราบหากไม่ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตหรือตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นโอกาสจะเกิดโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้ และส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อ หัวใจ ไต ตา และสมอง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิต
จากการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส ในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 2,464 ราย สามารถคัดกรองโรคเบาหวาน ได้จำนวน 2,444 คน คิดเป็นร้อยละ 99.19 และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ได้จำนวน 2,037คน คิดเป็นร้อยละ 98.84 ของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) >100mg/dl จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 0.73 จากการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ที่มีค่าระดับความดันโลหิต >140/90 จำนวน ๓๕ คน คิดเป็นร้อยละ 1.43 จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
ดังนั้นด้วยความตระหนักถึงปัญหาและภัยของภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส จึงมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพความครอบคลุมการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ สำหรับผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีค่าผลเลือดและค่าระดับความดันโลหิตเกินเกณฑ์เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดเสี่ยงลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยงสูง ปี 2569
- ๑. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ๒. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ๑. จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติโครงการแก่กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลกะลาเส ๒. ประสานวิทยากรและจัดเตรียมอุปกรณ์และเอกสารในการดำเนินการ ๓. กิจกรรมอบรมให้ความรู้
• 1. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น • 2. กลุ่มเสี่ยงสูงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อโรคความดันโลหิตสูง มีผลตรวจวัดระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ (