โครงการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อป้องกันนักสูบรายใหม่
โครงการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อป้องกันนักสูบรายใหม่
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อป้องกันนักสูบรายใหม่ | |
| รหัสโครงการ | L8410/18/2569 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลกรงปินัง | |
| วันที่อนุมัติ | 26 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 20,740.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรอฮีมะห์ มูเซะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา |
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณา สรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็น เหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ” วิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าไทย ระบาดเพิ่ม 10 เท่าใน 1 ปี เปิดเผยในวงสัมมนา “บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบ ล่าเยาวชน” ซึ่งการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.14 % คิด เป็นจำนวน 78,742 คน ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน และการสำรวจสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ปี 2565 พบอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1.21% คิดเป็นจำนวน 709,677 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปีจำนวน 269,553 คน นอกจากนี้ปัญหาการสูบบุหรี่ในพื้นที่ตำบลกรงปินังคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอายุของนักสูบใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งปอด ช่องปาก หลอดอาหาร ตับอ่อน โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ กระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน กระตุ้นจำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวางและเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งเสพติดที่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ในบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารนิโคตินที่ใช้การทำให้สารน้ำเกิดความร้อน และระเหยเป็นไอน้ำมาให้สูด/สูบ โดยที่ไม่เกิดควันจากการ
-2-
เผาไหม้ ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าในตลาดมากกว่าร้อยละ 95 มีสารนิโคตินเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดสารนิโคตินได้ ซึ่งสารเคมีเหล่านั้นล้วนแต่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง
จากการสำรวจเด็กและเยาวชนพื้นที่ตำบลกรงปินัง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา มีพฤติกรรมการสูบยาสูบ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า สามารถสูบบุหรี่ได้ทุกสถานที่ ไม่มีพื้นที่กำหนดเฉพาะ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่ทำให้มีผู้สูบบุหรี่รายใหม่เพิ่มขึ้น การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ปัญหายาเสพติดได้นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวและอาชญากรรมต่างๆในสังคม เช่น การลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวและการก่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม โดยรัฐได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันคือ 1.รั้วชายแดน 2.รั้วชุมชน 3. รั้วสังคม 4. รั้วครอบครัว และ
5.รั้วโรงเรียน ซึ่งจากทั้ง 5 รั้วป้องกันนี้ จะเห็นได้ว่า รั้วชุมชนและรั้วโรงเรียน เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรากฐานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลกรงปินัง ได้เห็นความสำคัญของภัยร้ายจากการใช้บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อกลุ่ม เยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียน ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น วัยอยากรู้อยากลอง จึงได้จัดโครงการ “โครงการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อป้องกันนักสูบรายใหม่” เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้ รู้เท่าทันเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดความตระหนักถึงพิษภัย อันตรายจากการสูบของบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นแกนนำในการช่วยเพื่อนมิให้ตกเป็นเหยื่อ ของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณา สรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็น เหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ” วิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าไทย ระบาดเพิ่ม 10 เท่าใน 1 ปี เปิดเผยในวงสัมมนา “บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบ ล่าเยาวชน” ซึ่งการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.14 % คิด เป็นจำนวน 78,742 คน ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน และการสำรวจสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ปี 2565 พบอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1.21% คิดเป็นจำนวน 709,677 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปีจำนวน 269,553 คน
นอกจากนี้ปัญหาการสูบบุหรี่ในพื้นที่ตำบลกรงปินังคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอายุของนักสูบใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งปอด ช่องปาก หลอดอาหาร ตับอ่อน โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ กระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน กระตุ้นจำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวางและเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งเสพติดที่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ในบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารนิโคตินที่ใช้การทำให้สารน้ำเกิดความร้อน และระเหยเป็นไอน้ำมาให้สูด/สูบ โดยที่ไม่เกิดควันจากการ
-2-
เผาไหม้ ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าในตลาดมากกว่าร้อยละ 95 มีสารนิโคตินเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดสารนิโคตินได้ ซึ่งสารเคมีเหล่านั้นล้วนแต่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง
จากการสำรวจเด็กและเยาวชนพื้นที่ตำบลกรงปินัง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา มีพฤติกรรมการสูบยาสูบ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า สามารถสูบบุหรี่ได้ทุกสถานที่ ไม่มีพื้นที่กำหนดเฉพาะ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่ทำให้มีผู้สูบบุหรี่รายใหม่เพิ่มขึ้น การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ปัญหายาเสพติดได้นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวและอาชญากรรมต่างๆในสังคม เช่น การลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวและการก่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม โดยรัฐได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันคือ 1.รั้วชายแดน 2.รั้วชุมชน 3. รั้วสังคม 4. รั้วครอบครัว และ
5.รั้วโรงเรียน ซึ่งจากทั้ง 5 รั้วป้องกันนี้ จะเห็นได้ว่า รั้วชุมชนและรั้วโรงเรียน เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรากฐานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลกรงปินัง ได้เห็นความสำคัญของภัยร้ายจากการใช้บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อกลุ่ม เยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียน ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น วัยอยากรู้อยากลอง จึงได้จัดโครงการ “โครงการรณรงค์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพื่อป้องกันนักสูบรายใหม่” เพื่อให้เยาวชนได้รับความรู้ รู้เท่าทันเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดความตระหนักถึงพิษภัย อันตรายจากการสูบของบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นแกนนำในการช่วยเพื่อนมิให้ตกเป็นเหยื่อ ของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า
- เพื่อให้เด็กและเยาวชน ผู้ปกครองได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า และ ทราบถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด
- เพื่อให้เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีทักษะในการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า
- เพื่อลดอัตราการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน
- เพื่อให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในสถานที่สำคัญต่างๆของพื้นที่
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยจากบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติดบางประเภท สร้างความรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน แก่เด็ก เยาวชนและผู้ปกครอง
- กิจกรรมประชาสัมพันธ์ป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในสถานที่สำคัญต่างๆของพื้นที่
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยจากบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า สารเสพติดบางประเภท สร้างความรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน แก่เด็ก เยาวชนและผู้ปกครอง
- เด็กและเยาวชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า และทราบถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด
- เด็กและเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมมีทักษะในการปฏิเสธจากการชักชวนให้สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า
- อัตราการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชนลดลง
- ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด