โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการพัฒนาทักษะการดูแลสำหรับผู้ปกครอง
โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการพัฒนาทักษะการดูแลสำหรับผู้ปกครอง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการพัฒนาทักษะการดูแลสำหรับผู้ปกครอง | |
| รหัสโครงการ | L8410/27/2569 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๒ จังหวัดยะลา (บริการหน่วยอำเภอกรงปินัง ) | |
| วันที่อนุมัติ | 26 มีนาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา |
เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเป็นกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องหรือข้อจำกัดด้านสติปัญญา สมอง ร่างกาย อารมณ์ หรือพฤติกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ได้เทียบเท่าเด็กในวัยเดียวกัน เด็กกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสมตามศักยภาพรายบุคคล โดยเฉพาะในด้านสุขภาพพื้นฐานที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวในด้านสุขภาพช่องปาก เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบสูงกว่าเด็กทั่วไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านการสื่อสาร การควบคุมพฤติกรรม และภาวะไวต่อการกระตุ้นทางประสาทสัมผัส (Sensory Sensitivities) ซึ่งอาจทำให้เกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือต่อต้านการแปรงฟัน ส่งผลให้การทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึงและเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ นอกจากนี้ ผู้ปกครองจำนวนมากยังขาดความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการช่วยแปรงฟันอย่างถูกวิธี (Assistive Brushing) ทำให้ปัญหาทันตสุขภาพสะสมเรื้อรัง และอาจส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหาร การสื่อสาร พัฒนาการ และการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก
ดังนั้น ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๒ จังหวัดยะลา หน่วยบริการอำเภอกรงปินัง จึงเห็นความสำคัญในการจัดทำโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความคุ้นเคยและทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็ก ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพผู้ปกครองให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลานได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องที่บ้าน เพื่อลดการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเป็นกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องหรือข้อจำกัดด้านสติปัญญา สมอง ร่างกาย อารมณ์ หรือพฤติกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ได้เทียบเท่าเด็กในวัยเดียวกัน เด็กกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสมตามศักยภาพรายบุคคล โดยเฉพาะในด้านสุขภาพพื้นฐานที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวในด้านสุขภาพช่องปาก เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบสูงกว่าเด็กทั่วไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านการสื่อสาร การควบคุมพฤติกรรม และภาวะไวต่อการกระตุ้นทางประสาทสัมผัส (Sensory Sensitivities) ซึ่งอาจทำให้เกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือต่อต้านการแปรงฟัน ส่งผลให้การทำความสะอาดช่องปากไม่ทั่วถึงและเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ นอกจากนี้ ผู้ปกครองจำนวนมากยังขาดความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการช่วยแปรงฟันอย่างถูกวิธี (Assistive Brushing) ทำให้ปัญหาทันตสุขภาพสะสมเรื้อรัง และอาจส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหาร การสื่อสาร พัฒนาการ และการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก
ดังนั้น ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๒ จังหวัดยะลา หน่วยบริการอำเภอกรงปินัง จึงเห็นความสำคัญในการจัดทำโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยมุ่งเน้นการสร้างความคุ้นเคยและทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็ก ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพผู้ปกครองให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลานได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องที่บ้าน เพื่อลดการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน
- เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีความรู้ ความคุ้นเคย และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากตามศักยภาพรายบุคคล
- เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในนักเรียน ผ่านกระบวนการคัดกรองและดูแลเชิงรุก
- เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้ผู้ปกครองสามารถช่วยดูแลสุขภาพช่องปากบุตรหลานได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องที่บ้าน
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้และการพัฒนาทักษะการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก
- กิจกรรมฝึกทักษะการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก การแปรงฟันในเด็กพิการ
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้และการพัฒนาทักษะการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก
- ฝึกทักษะการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก
- นักเรียนมีพฤติกรรมและทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง
- ปัญหาโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในกลุ่มเด็กที่เข้าร่วมโครงการลดลง
- ผู้ปกครองมีความรู้ ความมั่นใจ และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากบุตรหลานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้นอย่างยั่งยืน