โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง บ้านเกาะจาก ปีงบประมาณ 2569
โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง บ้านเกาะจาก ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง บ้านเกาะจาก ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-L1467-02-15 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ที่ 3 ตำบลบ่อน้ำร้อน | |
| วันที่อนุมัติ | 26 พฤษภาคม 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2569 - 31 สิงหาคม 2569 | |
| งบประมาณ | 21,032.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวอรวรรณ ตั้นสุย | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง |
หลักการและเหตุผล
โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญถือว่าเป็นภัยเงียบเพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฎอาการและเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญ
หลายระบบของร่างกาย เช่น ตา ไต หลอดเลือด เป็นต้น ในประเทศไทยนั้น อุบัติการณ์โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในแต่ละปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรคเรื้อรังเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและยาวนานมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่สูงในกลุ่ม
โรคความดันโลหิตสูงยิ่งคัดกรองมากก็จะพบกลุ่มเสี่ยงและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้น แนวทางแก้ไขต้องดำเนินการให้เป็นระบบโดยเริ่มตั้งแต่การคัดกรอง จากนั้นนำมาจัดกลุ่ม ดี เสี่ยง ป่วย ในกลุ่มป่วยต้องดำเนินการให้การรักษาต้องมีการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้านให้ครอบคลุมแต่ถ้าหากจะใช้เจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่เพียงพอจึงต้องบูรณาการให้ทุกภาคส่วนในชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
จากสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) DM และ HT จ.ตรัง ในปีงบประมาณ 2568 พบอัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ เท่ากับ 687.79 ต่อแสนประชากร และพบอัตราผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ เท่ากับ 1,856.6 ต่อแสนประชากร พื้นที่ตำบลบ่อน้ำร้อนปีงบประมาณ 2568 ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองเพื่อวินิจฉัยเบาหวานร้อยละ 74.42 พบว่าอัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ เท่ากับ 461.75 ต่อแสนประชากรส่วนประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองเพื่อวินิจฉัยความดันโลหิตสูงร้อยละ 78.53 อัตราผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ เท่ากับ 1385.25 ต่อแสนประชากร (ข้อมูล : hdc.moph.go.th สืบค้น 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2568)
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงสามารถเข้าถึงบริการการคัดกรองฯ ได้มากขึ้น อีกทั้งเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพให้แก่กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยเป็นโรคได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคและลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเรื้อรังดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ที่ 3 ตำบลบ่อน้ำร้อน จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรค บ้านเกาะจาก ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
- 1. เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงในประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
- 2 เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับโรคดังกล่าวได้
- จัดทำโครงการเพื่อเสนอหน่วยงานกองทุนหลักสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อน้ำร้อน
- จัดหา/จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับการตรวจคัดกรองเชิงรุกและการอบรมฯ
- จัดกิจกรรมตรวจคัดครองเชิงรุกโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ในชุมชนบ้านเกาะจาก หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อน้ำร้อน
- จัดกลุ่มเป้าหมายตามผลการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยแยกเป็น กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงเป็นโรค และกลุ่มสงสัยรายใหม่
- ส่งต่อข้อมูลกลุ่มสงสัยเป็นโรคฯ ให้แก่ รพ.สต.บ่อน้ำร้อน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
- จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเกี่ยวกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตใน กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคฯ
- ติดตามและประเมินผลโครงการ/สรุปผลโครงการและรายงานผลต่อคณะกรรมการ สปสช. อบต.บ่อน้ำร้อน
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อน้ำร้อนได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับโรคดังกล่าวได้