เฝ้าระวังและป้องกันเด็กจมน้ำในนักเรียน
เฝ้าระวังและป้องกันเด็กจมน้ำในนักเรียน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | เฝ้าระวังและป้องกันเด็กจมน้ำในนักเรียน | |
| รหัสโครงการ | 2569-L3328-2-24 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. รพ.สต. บ้านคลองนุ้ย | |
| วันที่อนุมัติ | 25 มิถุนายน 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 25 มิถุนายน 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 16,081.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | 1. นางอุดม เพชรรัตน์ 2. นางสายจิตร อินทมา 3. นายประเสริฐ ดำหนู 4. นางสาวถนอมทรัพย์ ดำหนู 5. นางสมใจ หมัดหลี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง |
การจมน้ำเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็ก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่มักชอบเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น คูคลอง บ่อน้ำ สระน้ำ และชายหาด โดยขาดความรู้และทักษะในการป้องกันตนเองจากอันตรายทางน้ำ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังการบาดเจ็บของเด็ก พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีความเสี่ยงต่อการจมน้ำสูง โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียนและฤดูฝน ดังนั้น การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการจมน้ำ การเรียนรู้วิธีเอาชีวิตรอดในน้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างถูกต้อง และการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในโรงเรียนและชุมชน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากการจมน้ำในเด็กได้ ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและป้องกันเด็กจมน้ำในนักเรียนขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความตระหนัก และมีทักษะในการป้องกันตนเองจากการจมน้ำ รวมทั้งสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ
- เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการจมน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำอย่างปลอดภัยให้แก่นักเรียน
- เพื่อพัฒนาทักษะการเอาชีวิตรอดทางน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำเบื้องต้นของนักเรียน
1) ประชุมคณะทำงาน กำหนดแผนงานและมอบหมายหน้าที่ 2) สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชนและนักเรียนกลุ่มเสี่ยง 3) ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง 4) จัดทำโครงการและเสนอขออุนมัติโครงการ 3) จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง อันตรายจากการจมน้ำ การป้องกัน และการเอาชีวิตรอดทางน้ำ 4) อบรมเชิงปฏิบัติการ สาธิตและฝึกการลอยตัว การใช้วัสดุใกล้ตัวช่วยชีวิต และการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างปลอดภัย 5) ติดตามและประเมินผล
1) นักเรียนมีความรู้และทักษะในการป้องกันการจมน้ำเพิ่มขึ้น 2) นักเรียนสามารถเอาชีวิตรอดทางน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างถูกวิธี 3) โรงเรียนและชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและป้องกันการจมน้ำในเด็ก 4) อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็กลดลง 5) เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างยั่งยืน