| กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมอบรมให้ความรู้/สาธิตการใช้หมวกนิรภัย |
3 ส.ค. 2569 |
28 ส.ค. 2569 |
|
- ประชุมคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง: จัดประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารท้องถิ่น, กองการศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษา, คณะครูผู้ดูแลเด็ก, ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ (สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ หรือสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ ตามเขตพื้นที่รับผิดชอบ) เพื่อกำหนดกรอบแนวทางและลงปฏิทินกิจกรรม
2.สำรวจข้อมูลและจัดทำบัญชีรายชื่อ: คณะครูดำเนินการสำรวจจำนวนเด็กนักเรียนปฐมวัยที่ผู้ปกครองรับ-ส่งด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายและขนาดของศีรษะเด็กในการจัดหาหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน มอก.
3.ประสานงานวิทยากรและสถานที่: ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนมาเป็นวิทยากร พร้อมจัดเตรียมสถานที่ (เช่น ห้องประชุม หรือลานเอนกประสงค์ของสถานศึกษา)
4.ประชาสัมพันธ์โครงการ: แจ้งกำหนดการกิจกรรมให้ผู้ปกครองทราบผ่านหนังสือเชิญและกลุ่มไลน์ห้องเรียน เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับบุตรหลาน
- ผู้ปกครองและหนูน้อยปฐมวัยลงทะเบียนเข้าร่วมงาน รับเอกสารแผ่นพับความรู้เรื่องกฎจราจรเบื้องต้น
6.พิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการโดยผู้บริหารเทศบาลเมืองคลองแห และมอบนโยบาย "เขตโรงเรียนปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%"
7.ช่วงหนูน้อยปฐมวัย: วิทยากรตำรวจจราจรให้ความรู้ผ่านสื่อการ์ตูน เพลง และเกมสันทนาการ เรื่องความหมายของสัญญาณไฟจราจร, ทางม้าลาย, และอันตรายจากการไม่สวมหมวกนิรภัย เพื่อให้เด็กจดจำได้ง่าย
8.อบรมสร้างความตระหนักรู้เรื่องจิตสำนึกความปลอดภัย, ความรับผิดชอบทางกฎหมาย, และสถิติอุบัติเหตุทางถนนในเด็กปฐมวัยจากการขับขี่รถจักรยานยนต์
9.วิทยากรสาธิตวิธีเลือกหมวกนิรภัยที่พอดีกับศีรษะเด็ก และ "เทคนิคการสวมหมวกนิรภัยที่ถูกต้อง 4 ขั้นตอน" (ใส่-ล็อกสาย-ปรับความตึงให้พอดีนิ้วสอด-เช็กความมั่นคง) โดยให้ผู้ปกครองและเด็กฝึกปฏิบัติร่วมกันหน้างาน
10.มอบหมวกนิรภัยสำหรับเด็กขนาดเหมาะสมที่ได้มาตรฐาน มอก. ให้กับหนูน้อยปฐมวัยทุกคนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปใช้งานจริงในการเดินทางมาเรียนทุกวัน
11.หลังจากจบกิจกรรมอบรม คณะครูร่วมกับ อสม. หรือฝ่ายรักษาความสงบ (เทศกิจ) ตั้งจุดสังเกตการณ์บริเวณประตูทางเข้า-ออกโรงเรียนในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อเช็กสถิติอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กและผู้ปกครอง
12.จัดทำระบบบันทึกความดีรายวัน โดยให้คะแนนหนูน้อยที่สวมหมวกนิรภัยมาโรงเรียนครบถ้วน เพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวก (Positive Reinforcement) ในห้องเรียน
13.คณะทำงานรวบรวมข้อมูลสถิติอัตราการสวมหมวกนิรภัยที่เพิ่มขึ้น, สรุปรายจ่ายงบประมาณ, รวบรวมภาพถ่ายกิจกรรม และใบบัญชีรายชื่อผู้รับมอบหมวกนิรภัยพร้อมลายเซ็น ส่งรายงานปิดเล่มโครงการตามระเบียบพัสดุภาครัฐ
กำหนดการโครงการ
เวลา กิจกรรม
07.30 - 08.30 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ
08.30 - 09.00 น. พิธีเปิดโครงการ
09.00 - 12.00 น. การอบรมให้ความรู้ /สาธิตการใช้หมวกนิรภัย (กลุ่มที่ 1 จำนวน 250 คน)
13.00 - 16.00 น. การอบรมให้ความรู้ /สาธิตการใช้หมวกนิรภัย (กลุ่มที่ 2 จำนวน 250 คน)
16.00 น. เสร็จสิ้นโครงการ
หมายเหตุ - กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
- พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.00 - 10.15ถ น.
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมอบรมให้ความรู้
เป้าหมาย : เด็กปฐมวัย,ผู้ปกครอง ครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 500 คน
ดำเนินการ : เดือน สิงหาคม 2569
งบประมาณ : 1.ค่าป้ายชื่อโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1.2 x 3.5 เมตร จำนวน 1 ผืน (ตร.ม.ละ 180 บาท) เป็นเงิน 756 บาท
2.ค่าป้ายสวมหมวกนิรภัย 100% จำนวน 5 ป้าย ขนาด 1.0 x 1.0 เมตร จำนวน 1 ผืน (ตร.ม.ละ 180 บาท) เป็นเงิน 900 บาท
3.ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คนๆ ละ 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท (แบ่งเป็นภาคเช้า-บ่าย)
4. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง จำนวน 500คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 17,500 บาท
5.ค่าหมวกนิรภัย (ตามมาตรฐาน มอก.) จำนวน 150 ใบๆละ 400 บาท เป็น เงิน 60,000.- บาท
6.ค่าวัสดุอุปกรณ์ (กระดาษ,ปากกา,ชุดป้าย จราจร ฯลฯ) เป็นเงิน 20,000 บาท
รวมเป็นเงิน 102,756 บาท บาท
|
|
ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง (Output)
1.จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรม: เด็กนักเรียนระดับปฐมวัยและผู้ปกครองในเขตเทศบาลเมืองคลองแห เข้าร่วมกิจกรรมอบรมสร้างความตระหนักรู้และฝึกปฏิบัติวินัยจราจรร่วมกันจำนวนทั้งสิ้น จำนวน 500 คน
2.จำนวนหมวกนิรภัยที่ส่งมอบ: ดำเนินการจัดซื้อและส่งมอบหมวกนิรภัยสำหรับเด็กที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ขนาดพอดีกับศีรษะให้กับหนูน้อยปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการครบถ้วนทุกคน จำนวน 150 ใบ
3.การจัดตั้งจุดคัดกรองและสังเกตการณ์: มีการจัดตั้งจุดสังเกตการณ์เชิงรุกหน้าประตูสถานศึกษาในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อบันทึกสถิติและรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน
4.การกระจายสื่อประชาสัมพันธ์: มีการแจกจ่ายแผ่นพับ คู่มือ "เทคนิคการสวมหมวกนิรภัยที่ถูกต้อง 4 ขั้นตอน" และสมุดบันทึกความดีจราจรให้กับทุกครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการครบ 100%
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ( Outcome)
1.อัตราการสวมหมวกนิรภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน: จากการตั้งจุดสังเกตการณ์หน้าโรงเรียน พบว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กปฐมวัยขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 60 หลังสิ้นสุดโครงการ เป็นร้อยละ 85
2.การสร้างวินัยเชิงบวกตั้งแต่เด็ก: หนูน้อยปฐมวัยที่ผ่านโครงการเกิดความตระหนักรู้และสร้างนิสัยรักความปลอดภัย โดยพบพฤติกรรมเชิงบวกคือ เด็กเป็นผู้ทวงถามหรือร้องขอสวมหมวกนิรภัยจากผู้ปกครองด้วยตนเองก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
3.ความรู้และทักษะของผู้ปกครอง: ผู้ปกครองร้อยละ 90 มีความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎจราจรเบื้องต้น และมีทักษะในการเลือกซื้อและสวมล็อกสายรัดคางหมวกนิรภัยให้บุตรหลานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยตามหลักมาตรฐานการป้องกันอุบัติเหตุ
4.ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุทางถนน: ชุมชนและรอบบริเวณสถานศึกษามีความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น สถิติการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณศีรษะของเด็กปฐมวัยจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ลดลงเป็นศูนย์ตลอดช่วงการดำเนินโครงการ
5.ความพึงพอใจของเครือข่ายผู้ปกครอง: ผู้ปกครองและคณะครูมีความพึงพอใจต่อภาพรวมของการจัดกิจกรรม และคุณภาพของหมวกนิรภัยที่ได้รับแจกในระดับดีเยี่ยม (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ขึ้นไป)
|
|