directions_run
โครงการส่งเสริมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 13–49 ปี ประจำปีงบประมาณ 2570
กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ในควน
โครงการส่งเสริมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 13–49 ปี ประจำปีงบประมาณ 2570
รายละเอียดโครงการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 13–49 ปี ประจำปีงบประมาณ 2570 | |
| รหัสโครงการ | 70 - L1507 - 01 - 06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในควน | |
| วันที่อนุมัติ | 8 กันยายน 2569 | |
| ปี | 2570 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ธันวาคม 2569 - 31 มีนาคม 2570 | |
| งบประมาณ | 33,952.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสมบัติ ฤทธิหมุน ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในควน | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
ประเด็น
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
- เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองภาวะโลหิตจาง (ภาวะซีด) อย่างครอบคลุม
- เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ตรวจพบภาวะโลหิตจางได้รับการดูแล รักษา หรือติดตามส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการอย่างเหมาะสม
- เพื่อส่งเสริมให้แกนนำสุขภาพมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลหิตจาง การป้องกัน การบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็ก และการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ในชุมชนได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เมื่อมารับบริการฝากครรภ์ครั้งแรก (First ANC)
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 13–49 ปี ในพื้นที่ได้รับการคัดกรองภาวะโลหิตจางอย่างครอบคลุม และทราบภาวะสุขภาพของตนเอง 2.หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ตรวจพบภาวะโลหิตจางได้รับการดูแล รักษา หรือส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการอย่างเหมาะสม และได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกตามแนวทาง 3.แกนนำสุขภาพมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลหิตจาง การป้องกัน การบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็ก และการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรด000โฟลิก สามารถถ่ายทอดความรู้แก่หญิงวัยเจริญพันธุ์และประชาชนในชุมชนได้อย่างถูกต้อง 4.หญิงวัยเจริญพันธุ์มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพและการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กเหมาะสม ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง 5.อัตราการเกิดภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เมื่อมารับบริการฝากครรภ์ครั้งแรก (First ANC) ลดลง ส่งผลให้มารดาและทารกมีสุขภาพที่ดีขึ้น