โครงการตรวจสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ปี 2561
โครงการตรวจสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ปี 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการตรวจสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ปี 2561 | |
| รหัสโครงการ | 60-L3353-1-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านโตระ | |
| วันที่อนุมัติ | 15 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 19,950.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางศุภญา ทองขาวเผือก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตำนาน อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อยแต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบรวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมีการสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศและการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อนพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่นใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึมฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันทีเป็นต้นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมาเช่นโรคมะเร็งโรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น
ประชากรในเขตพื้นที่ตำบลตำนาน และเขตบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโตระ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนา ปลูกผักทำสวนผลไม้และสวนยางพาราผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้างและยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ และจากการตรวจเลือดเกษตรกร ปี 2560มีจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน269คน พบว่ามีผลการตรวจ ไม่ปลอดภัย จำนวน 47 คนเสี่ยง จำนวน104 คน (อยู่ในภาวะเสี่ยงร้อยละ 56.13 )ปลอดภัย จำนวน85 คน และปกติ จำนวน 33 คน
จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในตำบลตำนาน ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรงดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโตระ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลตำนานจึงได้จัดทำโครงการตรวจสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลตำนานและเขตบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโตระ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
- ข้อที่ 1. เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีผลต่อสุขภาพ
- ข้อที่ 2 .เพื่อให้เกษตรกรเกิดความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
- ข้อที่ 3 . เพื่อให้เกษตรกรที่เสี่ยง ตรวจซ้ำ ครั้งที่ 2 มีภาวะเสี่ยงลดลง
- ตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในหมู่บ้าน ซ้ำในรายที่เสี่ยง
1.ประชุม อสม.และเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่ 2.จัดการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจโดยทีม อสม.และเจ้าหน้าที่ 3.เตรียม เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส 4.ประสานกับหมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 5.ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย 6.แจ้งผลการตรวจพร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องของการดูแลสุขภาพ
1.เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินงานการเฝ้าระวังและควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพของเกษตรกร 2.เกษตรกรมีความรู้ในการปลูกพืชปลอดสารพิษ และวิธีการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง