กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตามหลักปลอดเชื้อ ปี 2561

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตามหลักปลอดเชื้อ ปี 2561
รหัสโครงการ 61-L3065-1-01
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลตุยง
วันที่อนุมัติ 29 ธันวาคม 2560
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 มีนาคม 2561 - 31 พฤษภาคม 2561
งบประมาณ 40,025.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายแวอูเซ็ง แวสาและ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นแนวปฏิบัติที่ต้องกระทำเพื่อการรักษาความสะอาด รวมทั้งช่วยป้องกันและลดปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อHIV ได้ร้อยละ 50-60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegmaหรือขี้เปียก หากมีหนังหุ้มไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมเกิดมะเร็งที่องคชาติได้(นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร)นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และถ้าหากขลิบในเด็กทารก ก็จะลดโอกาสเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย จากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือ “คีตาล(ภาษาอาหรับ) หรือ “ทำสุนัต”(ภาษามลายู)มักทำกับหมอบ้าน หรือ “โต๊ะมูเด็ง”จากความเชื่อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่า “การทำกับแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งแรง”“การทำกับโต๊ะมูเด็งเป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน” เป็นต้นซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การทำสุนัตกับโต๊ะมูเด็งมักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมาก(bleeding) ทำให้เกิดภาวะช็อคหรือการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อตับอักเสบ เชื้อ HIV จากการใช้เครื่องร่วมกันโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ดังนั้นกองสาธารสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลตุยง ได้เล็งเห็นความสำคัญชองการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือสุนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. บริการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแก่เด็กและเยาวชน ในพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตุยง เพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ และภาวะออกเลือดมาก(bleeding)
  2. เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคโดยเฉพาะโรคติดเชื้อ
  3. เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตุยง สามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดประชุมคณะกรรมการ และคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ
  2. จัดประชุมคณะกรรมการ และคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ
  3. ประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่สำรวจและรับสมัคร เด็กและเยาวชนมุสลิมเข้าร่วมโครงการ
  4. กิจกรรม ให้ความรู้การดูแลสุขภาพ (การ ป้องกันโรคติดต่อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
  5. กิจกรรม ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย(Cirucumcision)
  6. กิจกรรม ให้ความรู้การดูแลสุขภาพ (การ ป้องกันโรคติดต่อ) แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
  7. กิจกรรม ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย(Cirucumcision)
วิธีดำเนินการ

๑. กิจกรรมเตรียมความพร้อม 1.๑ จัดประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ 1.2 ประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่สำรวจและรับสมัครเด็กและเยาวชนมุสลิมเข้าร่วมโครงการ 1.3 จัดตารางเวลากำหนดการเพื่อออกบริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เยาวชน ๒. กิจกรรมบริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เด็กและเยาวชน
2.1 กิจกรรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพ(การป้องกันโรคติดต่อ)แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมายรวมทั้งผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค ๒.2 กิจกรรมขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย(Cirucumcision) ๓. การติดตามและประเมินเพื่อติดตามและประเมินอาการหลังการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศและความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็ก ๔. สรุปผลการดำเนินโครงการในภาพรวม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เด็กและเยาวชนได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสามารถลดภาวะเสี่ยงของการออกเลือด(bleeding) 2. เยาวชนและครอบครัว ได้ทราบถึงปัญหาและพิษภัยของโรคติดต่อโดยเฉพาะติดเชื้อทางเลือด ๓. สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งในการป้องกันโรคติดเชื้อและสามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริม และป้องกันโรค