โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผูป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผูป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผูป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ | |
| รหัสโครงการ | 61-L7579-014 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลปากพะยูน | |
| วันที่อนุมัติ | 19 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 19 กุมภาพันธ์ 2561 - 28 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 15,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวปราณีอินทร์ศรี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง |
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสุง เป็นโรคที่พบมานานนับศตวรรษ เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (non-communicable disease) ที่บั่นทอนสุขภาพของผู้ป่วยให้ลดน้อยลง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แก่ร่างกายทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง เป็นโรคที่รักษาไมาหายขาด ถ้าผู้ป่วยมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีความดันโลหิตสูงต่อเนื่องนานๆจะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมามากมาย เช่นโรคหัวใจ ไตวาย ตาบอด เส้นเลือดในสมองตีบ เป็นอัมพาตครึ่งซีกเป็นต้น ซึ่งโรคแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่นำไปสู่ภาวะทุพพลภาพต่อไป แม้ว่าปัจจุบันวิทยาการทางด้านการแพทย์จะก้าวหน้าไปมากมายก็ตาม แต่ความชุกและอุบัติการณ์การเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคดังกล่าวกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น สถานการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีอุบัติการณ์สูงขึ้นอย่างมา โรคเบาหวานก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 954.18ต่อประชากรแสนคนใน พ.ศ.2553เพิ่มเป็น1233.35 และโรคความดันโรหิตสูงมีอัตตราเพิ่มขึ้นจาก1354.39 ต่อประชากรแสนคน ใน พ.ศ.2553เพิ่มเป็น1894.46(สำนักงานโรคไม่ติดต่อ สสจ.พัทลุง,2559)สำหรับศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลปากพะยูนมีกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง พบกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน จำนวน211คน คิดเป็น ร้อยละ 13.19(ปีงบประมาณ2560) กลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน899 คิดเป็นร้อนละ 53.38 (ปีงบประมาณ2560)กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 33คน คิดเป็นร้อยละ2.20กลุ่มสงสัยปาวยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน122คน คิดเป็นร้อยละ 7.24 และมีกลุ่มป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 227 คน กลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 462 คน จากถาวการณ์และเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทไให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องมีความรู้ ความตระหนักในการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนอย่างจริงจัง ซึ่งสามารถป้องกันและช่วยให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง นำความรู้ไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองนอกเหนือจากการพึ่งยาในการตรวจรักษาของแพทย์หรือทีมสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของโรตปัญหาจากการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและญาติ ตลอดจนให็ผู้ป่วยสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสูช ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค รวมทั้งสามารถลดปัญหาสาธารณสุขไปได้ส่วนหนึ่ง ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงบาลปากพะยูนได้เล็งเห็นความสำคัญและตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลปากพะยูนขึ้น
- 1. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมีคุณภาพชีวิตที่ดี 2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมโรคที่เป็นอยู่ได้ 3. เพื่อลดภาวะแรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- จัดประชุมเชิงปฏิบัติการค่ายเสริมสร้างพลังอำนาจ one day trip
- ขั้นเตรียมการ 1.1 เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแยกระกับความรุนแรง 1.2 นำเสนอข้อมูลภาวะสุขภาพแก่กลุ่มเป้าหมาย 1.3 เขียนโครงการเำพือขออนุมัติ 1.4 ประชาสัมพันธฺ์โครงการแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- ขั้นตอนการดำเนินการ 2.1 รับสมัครกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ จำนวน 30 คน 2.2 จัดประชุมเชิงปฎิบัติการค่ายเสริมสร้างพลักงอำนาจ one day trip มีกิจกรรมกลุ่มฝึกนวดเท้าด้วยตนเอง บริหารกาย - จิต (อ.ออกกำลังกาย อ.อารมณ์) อาหารเฉพาะโรค 2.3 ประเมินความรู้เรื่องโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมและพฤติกรรมที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคอาการ การออกำลังกาย และการจัดการความเครียด
- ติดตามผลระดับน้ำตาลในเลือด ระดับ HbA1C /ระดับความดันโลหิตของกลุ่มเป้าหมาย หลังเข้าโครงการ 3 เดือน
- เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาบในเลือดสูงเกิน 200 mg/dl หรือมีภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้า
- เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีความดันโลหิตสูงเกิน 180/100 mmHg หรือที่มีภาวะแทรกซ้อนอัมพฤกษ์ อัมพาต
- สอนผู้ป่วยที่ควบคุมความดันไม่ได้ให้วัดความดันเองที่บ้าน ปะเมินผลทุกเดือน
- สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน
- ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานได้
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไปเผยแพร่และถ่ายทอดสดให้แก่ผ้อื่นได้