โครงการสตรีใส่ใจต้านภัยโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ปี 2561
โครงการสตรีใส่ใจต้านภัยโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ปี 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสตรีใส่ใจต้านภัยโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ปี 2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L1522-1-002 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านแหลมมะขาม | |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางชิดชนกพลเดช | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
จากสถานการณ์การตายของประเทศไทยพบว่าสตรีตายด้วยมะเร็งปากมดลูกมากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือมะเร็งเต้านมซึ่งในปัจจุบันพบอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีข้อมูล พบอุบัติการณ์ ๑๖.๓ ต่อ สตรี ๑๐๐,๐๐๐ ราย โดยพบมากในช่วงอายุ๕๐-๖๐ปี และจากการศึกษาพบว่า ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในสตรี เช่น อายุ มากขึ้นไปจะมีโอกาสเกิดมะเร็งสูงมากขึ้นปัจจัยด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง คนไม่มีบุตร เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีการกำหนดนโยบายสร้างสุขภาพ เป็นนโยบายหลักในการดำเนินงาน โดยมีกิจกรรมต่างๆในการสร้างสุขภาพ และให้มีการจัดกิจกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ในกลุ่มสตรีที่มีอายุ๓๐ - 70 ปี โดยให้สตรีมีทักษะในการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน และให้สตรีเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแหลมมะขามและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วได้จัดทำโครงการสตรีใส่ใจต้านภัยโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูกขึ้น เพื่อให้สตรีมีทักษะสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง และเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยมีแกนนำ อสม. เป็นที่ปรึกษาในชุมชน
- อบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูกและสอนเทคนิคารตรวจเต้านมแก่สตรี
- อบรมให้ความรู้และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อให้สตรีที่มีอายุ ๓๐ – 70 ปี มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
- เพื่อให้สตรีที่มีอายุ ๓๐ -70 ปีสามารถตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองได้
- เพื่อให้สตรีที่มีอายุ ๓๐ – 60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
- อสม.และสตรีกลุ่มเป้าหมายทุกคนมีความรู้และสามารถตรวจเต้าได้ด้วยตนเอง 2.สามารถลดอัตราป่วยตายด้วยโรคมะเร็งในสตรีได้