สุขภาพดีวิถีไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 61
สุขภาพดีวิถีไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 61
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | สุขภาพดีวิถีไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 61 | |
| รหัสโครงการ | 61-L3065-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิ รพ.หนองจิก | |
| วันที่อนุมัติ | 29 ธันวาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางภารดี วงศ์ฐารัฐ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือที่เรียกว่าโรควิถีชีวิต 5 โรคได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองและ โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลกที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นจากความเจริญทางด้านวัตถุสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมรวมถึงภาวะความเครียดขาดการออกกำลังกายการสูบบุหรี่ดื่มสุราหากไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยพิการและเสียชีวิตนอกจากนี้ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจตามมาอย่างมหาศาล จากสถานการณ์ของโรคในเขตรับผิดชอบหมู่ที่ 8 ตำบลตุยงในปีงบประมาณ 2561จากการคัดกรองประชากรกลุ่ม 35 ปีขึ้นไปจำนวน 815 คนพบกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงจำนวน 314 คนกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 241 คนมีภาวะแทรกซ้อน 5 คน พบสงสัยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงจำนวน 12 คน พบกลุ่มเสี่ยงเบาหวานจำนวน 35 คนกลุ่มป่วยเบาหวานจำนวน 87 คนพบมีภาวะแทรกซ้อนจำนวน32 คนเสี่ยงสูงผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน 8 คนผู้ป่วยเป็นทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 7 คน และจากการประเมินความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลตนเองในกลุ่มประชากร 35 ปีขึ้นไปพบว่าส่วนใหญ่มีความรู้แต่ยังขาดความตระหนักและทักษะในการปฏิบัติตนขาดแรงกระตุ้น แรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องและขาดความร่วมมือจากผู้ดูแล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุต้องมีคนดูแลในเรื่องการรับประทานอาหารการประกอบอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นแรงกระตุ้นและจัดสิ่งแวดล้อมให้ผู้ป่วยปฏิบัติได้จริง ดังนั้น กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิโรงพยาบาลหนองจิก เล็งเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จึงได้จัดทำโครงการสุขภาพดีวิถีชีวิตไทยลดภัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังขึ้นพร้อมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติการอย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพทุกระดับและให้สามารถผลักดันสู่การปฏิบัติการให้เกิดผลสำเร็จเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ลดเสี่ยงลดโรคลดภาวะแทรกซ้อนลดการพิการลดการตายลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งระดับบุคคลครอบครัวชุมชนสังคมและประเทศเพื่อก้าวสู่วิถีชีวิตพอเพียงสุขภาพพอเพียงระบบสุขภาพพอเพียงและสังคมสุขภาวะภายใต้สังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและด้านปฐมภูมิโรงพยาบาลหนองจิก จึงได้นำเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติจัดทำโครงการสุขภาพดีวิถีชีวิตไทยลดภัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อให้ประชาชนหมู่ที่ 2 ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพที่ดี มีความรู้ความตระหนักในการดูแลตนเองลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดการสูญเสียของประชากรกลุ่มเสี่ยงสูงต่อไป
- เพื่อให้ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นและจัดกลุ่มเฝ้าระวังในปิงปองจราจร ๗ สี
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มป่วยมีความรู้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการภาคีเครือข่ายของกองทุนสุขภาพ อบต.ตุยง
- 1 จัดเวทีประชาคมร่วมกับภาคีเครื่อข่ายคืนข้อมูลแก่ชุมชนหมู่ที่ 8 จำนวน 1 ครั้ง
- 2. คัดกรองภาวะเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย 35 ปีขึ้นไปเข้าร่วมโครงการพร้อมแยกกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยในการเฝ้า่ระวังและดูแลในปิงปองจราจร 7 สี ครั้งที่ 1
- คัดกรองภาวะเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย 35 ปีขึ้นไปเข้าร่วมโครงการพร้อมแยกกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยในการเฝ้า่ระวังและดูแลในปิงปองจราจร 7 สี ครั้งที่ 2
- 3. ให้ความรู้อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย/ผู้ดูแลและ อสม. ผู้ดเข้าร่วมโครงการ พร้อมสรุปโครงการ
๑. จัดทำเวทีประชาคมร่วมกับภาคีเครือข่ายคืนข้อมูลแก่ชุมชนหมู่ที่ 8
๒. คัดกรองภาวะเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย ๓๕ ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการพร้อมแยกกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยในการเฝ้าระวังและดูแลในปิงปองจราจร ๗ สี
๓. อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย/ผู้ดูแลและอสม. ผู้เข้าร่วมโครงการ
1.ประชาชน ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองสุขภาพและแยกกลุ่มเฝ้าระวังปิงปองจราจร ๗ สี 2. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนและอัตราเสียชีวิตลดลง ๓. ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนต้นแบบและชุมชนต้นแบบได้อย่างยั่งยืน 4. คณะกรรมการและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง