กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการคัดกรองและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประจำปี 2561

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการคัดกรองและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประจำปี 2561
รหัสโครงการ 61-L2536-1-09
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.ปูโยะ
วันที่อนุมัติ 18 ตุลาคม 2560
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2561 - 30 เมษายน 2561
งบประมาณ 17,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวปาซีลายูนุ๊
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัญหาโรคไม่ติดต่อ เช่นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบันซึ่งทั่วโลกให้ความสำคัญกับการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้นเนื่องจากสภาวะความเป็นอยู่ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากรายงานสถิติสุขภาพทั่วโลกปีพ.ศ. 2556ขององค์การอนามัยโลก พบว่า1ใน10ของประชาชนในวัยผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและ1ใน3มีภาวะความดันโลหิตสูงนอกจากนี้พบว่าประมาณร้อยละ63ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลกเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำหรับประเทศไทยรายงานจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่4พ.ศ.2551 – 2553พบความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุ15ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ6.9ทั้งนี้พบว่าหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานมาก่อนและมีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานแต่ไม่ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ3.3 ทั้งนี้สถิติจากประเทศต่างๆพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่สามารถควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้มีประมาณร้อยละ20-70สำหรับความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรไทยอายุ15ปีขึ้นไปพบร้อยละ21.4โดยพบว่าร้อยละ60ในชายและร้อยละ40ในหญิงไม่เคยได้รับได้รับการวินิจฉัยมาก่อนและร้อยละ8-9ได้รับการวินิจฉัยแต่ไม่ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง (เอกสารข้อมูลโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (fact sheet) _สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์) การที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมาข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขพบว่าในปีพ.ศ. 2556อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 – 2555โดยพบว่าโรคความดันโลหิตสูงมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก169.6เป็น760.5ต่อแสนประชากรและโรคเบาหวานมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก175.7เป็น675.7ต่อแสนประชากรในพ.ศ. 2551และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานในปีพ.ศ. 2552ประมาณ 7,019คนหรือประมาณวันละ19 คน โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่องก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในหลายระบบของร่างกายทั้งภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังก่อให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควรส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตภาวะเศรษฐกิจของผู้ป่วยและครอบครัวรวมทั้งประเทศชาติภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้า เป็นต้น ตำบลปูโยะเป็นตำบลเก่าแก่ของอำเภอสุไหงโก-ลก เดิมขึ้นกับอำเภอสุไหงปาดี แบ่งการปกครองออกเป็น 6 หมู่บ้าน คือบ้านลาแล บ้านปูโยะ บ้านโต๊ะเวาะ บ้านกูแบอีแก บ้านโต๊ะแดงและบ้านโคกสือแด มีประชากร 6,350คน 1,128หลังคาเรือน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 95 และพบว่าปัญหากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อลำดับความสำคัญของปัญหาในตำบล พบว่าโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาที่สำคัญของตำบล โดยพบว่าสถานการณ์จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนจำนวน ๖0 คน คิดเป็นร้อยละ ๒.33และจำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 2๓๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๖0 และพบว่าผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานจำนวน ๖ คน และมีภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดในกลุ่มป่วยที่ขาดการรับประทานยาที่ต่อเนื่อง อีกทั้งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ รวมทั้งประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย 3-5 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที ร่วมกับการรับประทานผักและผลไม้สด วันละอย่างน้อยครึ่งกิโลกรัมขึ้นไปหรือกินผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง และลดอาหารไขมัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ร้อยละ 30

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นผู้ป่วยขาดการดูแลที่ต่อเนื่องและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น คปสอ.สุไหงโก-ลก ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปูโยะและภาคีเครือข่าย จึงได้จัดทำโครงการ คัดกรองและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมครอบครัว ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืนและมุ่งหวังในการที่จะเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองโรคเรื้อรัง
  2. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้องเหมาะสม
  3. เพื่อลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรังเช่น ความดันโลหิตสูง /เบาหวาน / หัวใจ / และหลอดเลือด
  4. เพื่อประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมการรณรงค์คัดกรองโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป
  2. กิจกรรมอบรมผู้ดูแลกลุ่มป่วย (Care giver management)
  3. กิจกรรมให้ความรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วยด้านอาหาร
วิธีดำเนินการ
  1. ขั้นเตรียมการ

    1. ประชาสัมพันธ์โครงการต่อชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. โรงเรียน 2.ประชาสัมพันธ์โดยการประชุม ถ่ายทอดโครงการสู่ชุมชนที่ประชุมชาวบ้าน ที่ประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล 2.ประชุมชี้แจงอาสาสมัครสาธารณสุขเกี่ยวกับรายละเอียดและแผนการดำเนินงานตามโครงการ 3.การใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ในชุมชน

    2. ขั้นดำเนินการ 2.1 กิจกรรมที่1 การรณรงค์คัดกรองHT+DMในกลุ่มประชาชนอายุ35 ปีขึ้นไป

    3. คัดกรองภาวะสุขภาพเบื้องต้น 2.มีการติดตามในรายที่มีปัญหาสุขภาพ มีภาวะเสี่ยงสูง HT+DM 1เดือน,2เดือน,3 เดือน 3.ส่งต่อเพื่อรับการวินิจฉัยในรายที่สงสัยเป็นผู้ป่วยรายใหม่
      2.2กิจกรรมที่2ควบคุมโรคในกลุ่มป่วยโดยการจัดอบรมผู้ดูแลกลุ่มป่วย (Caregivermanagement)
    4. ผู้ดูแลกลุ่มป่วยเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับผู้ดูแลผู้ป่วย 2.การติดตามให้กลุ่มป่วยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีคุณภาพ

    5. ขั้นประเมินผล

    6. ประเมินจากแบบรายงานการคัดกรองJHCIS
    7. จำนวนกลุ่มป่วยและกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการอบรม
    8. ผู้ดูแลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง
      ๔. ประเมินผลโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
2. กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการคัดกรองHT/DMต้องเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามเกณฑ์คุณภาพคลินิกDPAC(3อ.2ส.) อย่างน้อยร้อยละ5 3. มี care giver ในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง