โครงการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคชุมชนปลอดภัย ปี 2561
โครงการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคชุมชนปลอดภัย ปี 2561
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภคชุมชนปลอดภัย ปี 2561 | |
| รหัสโครงการ | 61-L8423-01-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงสะโต | |
| วันที่อนุมัติ | 9 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 26,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอาาวี สนิ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบาโงสะโต อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
คำว่าผู้บริโภค หมายถึง บุคคลทุกคนที่ซื้อสินค้าที่รับประทาน ใช้กับร่างกาย หรือนำมาใช้สอยอื่น ๆ รวมทั้งการใช้บริการต่าง ๆ เช่น การให้แพทย์ตรวจ การโดยสารรถยนต์ การตัดผม เป็นต้น ในที่นี้ผู้บริโภคด้านสาธารณสุขมีความหมายเฉพาะผู้ที่ซื้อสินค้ามารับประทาน หรือใช้กับร่างกาย เพื่อการยังชีพ การรักษา การป้องกัน และความสะอาด รวมถึงเพื่อความสวยงาม สินค้าที่จะกล่าวถึงเจาะจงเฉพาะสินค้า ๗ ประเภทเท่านั้น ได้แก่ อาหาร ยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาเสพติดให้โทษ เครื่องมือแพทย์เครื่องสำอาง และวัตถุมีพิษที่ใช้ทางสาธารณสุข
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงสะโต จึงเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในโรงเรียนและชุมชนขึ้น ในพื้นที่มีโรงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน ๔ แห่ง และมีร้านชำ ทั้งหมด ๑๘ ร้าน ปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน ประชาชนมีความรู้ไม่เพียงพอในการบริโภค โดยเฉพาะชุมชนชนบท ขาดโอกาสในการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ผู้ประกอบการรายย่อยขาดความรู้และทักษะ มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นราคาแพง มีความฟุ่มเฟือยในการบริโภค เทคนิคการตลาดแบบขายตรงโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ ทำให้มีแนวโน้มที่จะละเมิดกฎหมายมากขึ้น ปัจจุบันนอกจากนี้กลุ่มเยาวชน ที่อยู่ในวัยเรียนโดยเฉพาะผู้เรียนในช่วงชั้นที่ 2 - 4 อายุระหว่าง 10 – 19 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญหากกลุ่มเยาวชนดังกล่าวไม่ได้รับ ความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ซึ่งผู้ผลิตได้ผลิตออกมาเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างหลากหลายมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตาม มาตรฐานที่กำหนดแต่ก็ยังคงมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตได้แอบอ้างสรรพคุณมีการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง หรืออาจมีผลิตภัณฑ์ที่มีสารปนเปื้อนเป็นอันตราย ปะปนอยู่เป็นจำนวนมากพร้อมกันนี้ควรให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร และการอ่านดูข้อมูลโภชนาการจากฉลากผลิตภัณฑ์ควบคู่ไป ด้วยหากเยาวชนกลุ่มดังกล่าวมีความรู้และมีทักษะในการเลือกซื้อใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ จะทำให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจนสามารถทำให้ปัญหาด้านสุขภาพหรือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ลดน้อยลงได้พร้อมทั้งให้ความรู้ให้คำปรึกษาแก่บุคคลในครอบครัว หรือบุคคลทั่วไปได้อย่างมั่นใจ
- เพื่อให้ อสม. มีความรู้ความเข้าใจในการคุ้มครองผู้บริโภคและสามารถถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชนได้
- เพื่อ อย.น้อย นำความรู้ที่ได้รับ ถ่ายทอดสู่การปฏิบัติเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
- เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
- ประชุมชี้แจงโครงการแก่ อสม.และร่วมสำรวจกลุ่มเป้าหมาย
- ประชุมเชิงปฏิบัติการแก่ อย.น้อย
- จัดอบรมผู้ประกอบการร้านชำ
๑.อบรมให้ความรู้ อสม. ในการตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร
๒.ให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่ม อย. น้อย จำนวน ๑๖๐ คน
๓.จัดกิจกรรม รณรงค์และเฝ้าระวังการใช้ผลิตภัณฑ์และการโฆษณาเกินจริง
๑. อสม. มีความรู้และสามารถถ่ายทอดสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
๒. อย.น้อย มีความรู้ ในการเลือกซื้อสินค้าและสามารถถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชนได้
๓. ผู้ประกอบการมีความตระหนัก รับผิดชอบในการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคของชุมชน