โครงการคัดกรองและควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ประจำปี ๒๕๖๑
โครงการคัดกรองและควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ประจำปี ๒๕๖๑
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรองและควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ประจำปี ๒๕๖๑ | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา | |
| วันที่อนุมัติ | 17 พฤษภาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2561 - 31 สิงหาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 10,375.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
ตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขประจำปี ๒๕๖๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ว่าด้วยการพัฒนาและจัดระบบบริการที่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่าทั่วโลกปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.๒๕๖๘ ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็น โรคความดันโลหิตสูง ๑.๕๖ พันล้านคน โดยเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงเกือบ ๘ ล้านคน โรคเบาหวานจากรายงานสถิติสุขภาพทั่วโลกปีพ.ศ. ๒๕๖๐ ขององค์การอนามัยโลกพบว่า ปัจจุบันทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคเบาหวาน ๓๗๑ ล้านคน และเป็นผู้มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประมาณ ๒๘๐ ล้านคน คาดว่าปีพ.ศ. ๒๕๗๓ จะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง ๕๐๐ ล้านคน
โรคเบาหวาน เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย จากการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๒ คิดเป็นร้อยละ ๗๓ ของคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น ๓๑๔,๓๔๐ คน จากการที่โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่มีปัจจัยหลายสาเหตุ (Multiple factors) กล่าวคือ เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ภาวะเครียด พันธุกรรม รวมทั้งประชาชนยังไม่มีความตระหนักในการค้นหาปัญหาสุขภาพที่แท้จริง จึงทำให้อัตราการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล จะสามารถป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างต่อเนื่อง และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษา ทั้งนี้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายในบุคคลจะสำเร็จได้ต้องเกิดจากความตั้งใจ ใส่ใจของตนเอง และยังต้องมีการสร้างกลุ่ม (self health group) ที่จะเป็นตัวช่วยเสริมแรงและคอยสนับสนุน กระตุ้นเตือนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดการแก้ปัญหาโดยชุมชนมีส่วนร่วม การเสริมสร้างระบบจัดการโดยการบูรณาการทุกภาคส่วนของชุมชนจะนำไปสู่การเกื้อกูลกันในชุมชน
สถานการณ์ผู้ป่วยและการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ คัดกรองโรคเบาหวานได้ร้อยละ ๙๔.๖๓ คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ ๙๕.๖๐พบภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน ร้อยละ ๑๐.๕๗ โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๑๙.๓๖ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๕.๗๘ ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ ๒.๗๖สถานการณ์ข้อมูลสุขภาพชุมชนประชาชนมีภาวะเสี่ยง และป่วยเป็นโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงค่อนข้างสูง จึงมีการปรับรูปแบบการให้ความรู้เป็นรายบุคคล รายกลุ่มย่อย (Self help group ) ในสถานบริการและในชุมชนได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จริงของกันและกัน ซึ่งมีผู้ป่วยเบาหวาน ครอบครัว ญาติ อสม.โดยมีทีมสุขภาพเป็นผู้สนับสนุนคอยเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสร้างเสริมพลังให้กลุ่มมีความมั่นใจในการดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม การช่วยดูแลสุขภาพกันเองแบบองค์รวม ในชุมชน เช่น อสม.ช่วยวัดความดันโลหิต เจาะเลือดตรวจเบาหวานปลายนิ้ว ตรวจทดสอบปลายประสาทเสื่อมที่เท้า ครอบครัว และญาติ สามารถเป็นกำลังใจให้กันและกัน ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนศาลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงหาแนวทางปรับความคิด แนวปฏิบัติให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เกิดความตระหนัก ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อความยั่งยืนต่อไปในชุมชน
- เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่
๑. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ
๒. ประชุมชี้แจง ประชาสัมพันธ์โครงการ แก่ประชาชน ผู้นำ
๒.๑) การทบทวนแนวทางการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยแบบฟอร์มคัดกรองความเสี่ยงฯ
๒.๒) การประชาสัมพันธ์นัดกลุ่มเป้าหมายมารับบริการที่ รพ.สต.บ้านดอนศาลาและในชุมชน
๒.๓) การประสานงานการสนับสนุนทรัพยากร ระหว่างเครือข่าย
๓. จัดกิจกรรมการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ตามวัน เวลา ที่กำหนดตามแผนปฏิบัติงาน ประกอบด้วย
๓.๑) ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
๓.๒) ตรวจ ประเมินระดับความรุนแรงของโรค และส่งพบแพทย์ในรายผิดปกติ
๓.๓) บันทึกข้อมูล
๑. ประชากรกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรอง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ๒. กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผิดปกติได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง