กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการบางเป้าเฝ้าระวังป้องกันเด็กจมน้ำ ประจำปี 2561

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการบางเป้าเฝ้าระวังป้องกันเด็กจมน้ำ ประจำปี 2561
รหัสโครงการ 61-L1468-1-05
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
วันที่อนุมัติ 28 กุมภาพันธ์ 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 19 มีนาคม 2561 - 31 มีนาคม 2561
งบประมาณ 66,050.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสมใจ เป้าทอง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานความปลอดภัยทางถนน
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากรายงานองค์การอนามัยโลกพบว่า ในทุกๆปีมีเด็กทั่วโลก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) เสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นอันดับ 3 รองจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเอดส์ สำหรับสถานการณ์ของประเทศไทยพบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งมีจำนวนการเสียชีวิตสูงมากกว่าโรคติดต่อนำโดยแมลงและไข้เลือดออกถึง 14 เท่าตัวจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าทุกๆ 8 ชั่วโมง จะมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 1 คน โดยเฉลี่ยทุกๆ 1 เดือนประเทศไทยสูญเสียเด็กจากการจมน้ำเสียชีวิตมากกว่า 90 คน นอกจากนี้ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากจมน้ำ พบว่าในช่วง ปี 2554 – 2558 กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พบจมน้ำเสียชีวิตสูงเฉลี่ยถึงปีละ 192 คน คิดเป็นร้อยละ 21 ของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทั้งหมด ส่วนภาชนะที่มักพบว่าเด็กกลุ่มนี้จมน้ำบ่อย ได้แก่ ถังน้ำ ถังสี กะละมัง กระติกน้ำ โอ่ง และอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ ภายในบ้านและในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือแม้แต่สระว่ายน้ำภายในบ้านของตนเอง โดยในพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้า มีแหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุจมน้ำได้
ดังนั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้าจึงกระได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จึงจัดทำโครงการบางเป้าเฝ้าระวังป้องกันเด็กจมน้ำประจำปี2561 ขึ้นเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเด็กจมน้ำต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อให้เด็กมีความรู้และทักษะในการเอาชีวิตรอดในน้ำ 2.เพื่อให้เด็กมีความรู้พื้นฐานในการช่วยเหลือผู้จมน้ำและการปฐมพยาบาล
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดอบรมให้ความรู้
  2. ฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ
วิธีดำเนินการ
  • เสนอโครงการเพื่ออนุมัติต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบางเป้า 1.จัดการอบรมให้ความรู้ โดยสอนทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การใช้อุปกรณ์ต่างๆในการช่วยเหลือ การช่วยฟื้นคืนชีพผู้ที่ตกน้ำจมน้ำ การส่งต่อผู้ที่จมน้ำไปยังโรงพยาบาลชุมชนอย่างถูกวิธี การจัดหาอุปกรณ์ในการช่วยเหลือไว้บริเวณสระน้ำที่มีความเสี่ยง 2.จัดกิจกรรมฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำและทักษะการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำในกลุ่มนักเรียน ตามหลักสูตรดังนี้ 2.1 ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ เป็นการให้ความรู้และสอนให้เด็กรู้จัก
  • แหล่งน้ำเสี่ยงทั้งในบ้าน รอบบ้าน ละแวกบ้านและในชุมชน
  • สภาพแหล่งน้ำ เช่น น้ำลึก น้ำตื้น น้ำวน ปรากฎการณ์Rip Current
  • วิธีการลงและขึ้นแหล่งน้ำด้วยความปลอดภัย
  • ทักษะความปลอดภัยในกิจกรรมทางน้ำ (การปฏิบัติตามระเบียบการใช้สระน้ำ และ กฎแห่งความปลอดภัยทั่วไป )
  • ความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ 2.2 การเอาชีวิตรอดและพื้นฐานการว่ายน้ำ เป็นการสอนให้เด็กมีทักษะ
  • การเอาชีวิตรอดในน้ำโดยการลอยตัวทั้งการลอยตัวแบบนอนคว่ำ การลอยตัว แบบนอนหงาย (แม่ชีลอยน้ำ ) และการลอยตัวแบบลำตัวตั้ง ( การลอยคอ การ ลอยตัวแบบลูกหมาตกน้ำ ) การทำท่าผีจีน การใช้อุปกรณ์ช่วยในการเอาชีวิตรอดเช่น ขวดน้ำพลาสติก รองเท้าแตะฟองน้ำการเคลื่อนที่ไปจับอุปกรณ์ลอยน้ำในน้ำลึก และการเลือกใช้เสื้อชูชีพ
  • พื้นฐานการว่ายน้ำ ได้แก่การสร้างความคุ้นเคยกับน้ำ การหายใจในการว่ายน้ำและการเตะเท้าคว่ำสลับกัน 2.3 การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการร้องขอความ ช่วยเหลือจากผู้ใหญ่การช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำด้วยการโยนอุปกรณ์ เช่น ขวดน้ำดื่ม พลาสติกถังแกลลอนเสื้อชูชีพ และการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำด้วยการยื่นอุปกรณ์ เช่นท่อ PVC ไม้ไผ่ กิ่งไม้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีและช่วยฟื้นคืนชีพแก่ผู้ตกน้ำจมน้ำ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล
    1. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (แบบประเมินผลก่อนและหลังการอบรม รวมถึงข้อมูลของเด็กที่ประสพอุบัติเหตุจากการจมน้ำในปี)
    2. สรุปผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ ส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลบางเป้า
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. กระตุ้นเตือนให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักรู้และเข้าใจ ในการมีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตขั้น พื้นฐาน
    1. ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สามารถช่วยเหลือตนเองและบุคคลใกล้ตัวได้อย่างถูกวิธีก่อนถึงโรงพยาบาล
    2. สามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายทางด้านค่ารักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นได้