โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม (เข้าสุนัต)มัสยิดรายอฟาฎอนี
โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม (เข้าสุนัต)มัสยิดรายอฟาฎอนี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม (เข้าสุนัต)มัสยิดรายอฟาฎอนี | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | มัสยิดรายอฟาฎอนี | |
| วันที่อนุมัติ | 3 เมษายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 14 เมษายน 2561 - 14 เมษายน 2561 | |
| งบประมาณ | 46,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอาเซ็ง อาแด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี |
ตามที่ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริการจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ สถานบริการ หน่วยงานสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่น และสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มหรือองค์กรประชาชนดำเนินกิจกรรมด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ และเนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา มีความเป็นบริบทเฉพาะที่ต่างจากพื้นที่ทั่วไป ในด้านสังคม วัฒนธรรม ตลอดจนความเชื่อทางศาสนา ทั้งนี้ในเรื่องการดูแลส่งเสริมสุขภาพของประชาชนมุสลิม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามสิทธิประโยชน์ของแต่ละกลุ่มวัยและเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ อัตราป่วยและอัตราตายที่เป็นปัญหาสำคัญและความจำเป็นต่อการจัดการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ
การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชายในทัศนะของอิสลามนั้นถือเป็นการเอาใจใส่ดูแลสุขอนามัยและการทำให้บริสุทธิ์ การขลิบเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมุสลิมชายทุกคน ภาษาอาหรับ เรียกว่า คีตาน ภาษามาลายู เรียก มาโซ๊ะยาวี ส่วนคนไทยโดยทั่วไป เรียกว่า พิธีเข้าสุนัต หมายถึง การขลิบปลายอวัยวะเพศ ของเด็กไทยมุสลิม ทั้งชายและหญิง เมื่อย่างเข้าวัยอันควร คือ อายุระหว่าง 7 - 12 ปี โดยการตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะสืบพันธุ์ของชายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสะอาด หากหนังหุ้มนั้นยังปกคลุมอยู่ ส่วนวัตถุที่คล้ายเนยแข็งซึ่งขับถ่ายออกมาโดยผิวหนังของบริเวณปลายอวัยวะสืบพันธุ์จะหมักหมมอยู่ การเข้าสุนัตเป็นการขจัดสิ่งนี้โดยวิธีที่ดีที่สุด อีกประการหนึ่งเพื่อป้องกันน้ำปัสสาวะค้างอยู่ซึ่งเป็นสิ่งสกปรกมีกลิ่นยากแก่การทำความสะอาด ในด้านการแพทย์ให้ความเห็นว่า สุนัตเป็นมาตรการที่มีความสำคัญในทางสุขวิทยาเป็นอย่างมากมีผู้อาวุโสในชุมชนได้เล่าว่า “สมัยก่อนโต๊ะมูเด็งทำการขลิบโดยไม่ใช้ยาชา ใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชนิด เช่น ผ้าพันแผล ยางแดง มีด ที่หนีบ (ปงาเป้ะ) หยวกกล้วยและน้ำสะอาด ในช่วงหลังเริ่มมีการใช้ยาชาช่วยลดความเจ็บปวด และใช้แอลกอฮอล์ช่วยทำความสะอาดก่อนขลิบ หลังจากการขลิบเสร็จมีทั้งแผลที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ อาวุโสท่านนั้นให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการทำที่ไม่สะอาด” ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการใช้เครื่องมือที่สะอาดและวิธีการที่ปลอดภัยมากขึ้น การขลิบสมัยใหม่มีทางเลือกมากมายเช่น การจัดเข้าสุนัตหมู่ ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ จากเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการมัสยิดรายอฟาฎอนี ได้ตระหนักเห็นความจำเป็นต่อการจัดการแก้ไขปัญหาสภาวะสุขภาพในกลุ่มเด็กวัยเรียน และเยาวชน จึงได้จัดโครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม (เข้าสุนัต) ขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน115คน ประกอบด้วย
- เด็กและเยาวชน จำนวน 30คน(อายุระหว่าง 7 - 12 ปี)
- ผู้ปกครองจำนวน 30คน
- คณะกรรมการบริหารฯ สปสช.เทศบาลเมืองปัตตานีและคณะอนุกรรมการ สปสช.เทศบาลเมืองปัตตานี จำนวน 10คน
- ทีมงานวิทยากรจำนวน 2คน - คณะกรรมการมัสยิดมัสยิดนูรุลอิสลาม จำนวน 15คน - คณะกรรมการชุมชนในเขตพื้นที่จะบังติกอ จำนวน 8คน - อาสาสมัครสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ดำเนินโครงการฯ จำนวน20คน
- 1.บริการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแก่เด็กและเยาวชนมุสลิม ในพื้นที่ตำบลจะบังติกอ เพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ และภาวะออกเลือดมา (Bleeding)
- 2.เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนัก ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค โรคเฉพาะโรคติดเชื้อจากการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย
- 3. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมุสลิมและผู้เข้าร่วมโครงการในเขตพื้นที่ตำบลจะบังติกอ สามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมและป้องกันโรค
- กิจกรรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพ การฝึกอบรม (การป้องกันโรคติดต่อ การดูแลรักษาสุขภาพก่อนและหลังขลิป ตามหลักศาสนาและตามหลักการแพทย์) จากการขลิปหนังหุ้มปลายอวัยเพศชาย แก่เด็กและเยาวชน เป้าหมาย รวมถึงผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
- ดำเนินการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม (เข้าสุนัต) ตามลำดับ โดย บุคลากรทางการแพทย์จาก สามคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์
2.1 ขั้นเตรียมการ
2.1.1 ติดต่อ/ประสานงาน อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแผนกวิจัยการยาง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี และคณะทำงานเพื่อขอความร่วมมือในการดำเนินโครงการออกแบบและจัดทำถุงยางพาราบรรจุน้ำและปลอกที่นอนสำหรับใส่ถุงยางพาราบรรจุน้ำ
2.1.2 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ
2.2 ขั้นดำเนินการ
2.2.1 ซื้อที่นอนน้ำจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนกวิจัยการยาง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี
2.2.2 ซื้อปลอกที่นอนสำหรับใส่ถุงยางพาราบรรจุน้ำ
2.3 นำไปใช้
2.3.1 นำไปใช้กับผู้ป่วยติดเตียงในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี
2.3.2 ประเมินผล
- การเกิดแผลกดทับที่บ้านรายใหม่ไม่เกินร้อยละ5
- ระดับความรุนแรงของแผลกดทับลดลงร้อยละ 5
- ผู้รับบริการและญาติมีความพึงพอใจร้อยละ80