กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

การอบรมการผลิตยาพอกบำบัดอาการปวดเข่า

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม การอบรมการผลิตยาพอกบำบัดอาการปวดเข่า
รหัสโครงการ 61-L3308-2-18
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมผู้ป่วยเบาหวาน รพ.สต.บ้านหัวหรั่ง
วันที่อนุมัติ 22 กุมภาพันธ์ 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มิถุนายน 2561 - 30 กันยายน 2561
งบประมาณ 10,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางระบาย แก้วน้อย
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

องค์การอนามัยโลก (WHO, 2003) คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นจาก 400 ล้านคนใน พ.ศ. 2551 เป็น 570 ล้านคนใน พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ที่เป็นสาเหตุอันดับสี่ของโรคนับตามจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่กับความพิการ (Years lived with disability: YLDs) และได้คาดการณ์ว่าใน ค.ศ. 2000 ทั่วโลกจะมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม 1,700 และ 2,693 คนต่อประชากร 100,000 คน(Haq&Davatchi, 2011)คณะผู้เชี่ยวชาญโรคข้อขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization’s Scientific Group on Rheumatic Disease) ประมาณการว่า มีประชากรโลกที่มีอายุมากกว่า 60 ปีเป็นโรคข้อเสื่อมกว่าร้อยละ 10 พบความชุกสูงสุดที่ข้อมือและพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (Pereira et al., 2011; Cooper et al., 2013;)กลุ่มนักวิชาการโรคข้อเข่าเสื่อม ยืนยันว่าอุบัติการณ์เริ่มพบในประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปี ในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 50 เป็นกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี และรับประทานยาโรคเรื้อรัง ตำแหน่งของข้อที่มักพบการเสื่อม ได้แก่ ข้อเข่า สะโพก ข้อมือ กระดูกสันหลัง และข้อเท้าแต่ข้อที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการเจ็บป่วยและการรับบริการมากที่สุดคือ ข้อเข่า(Brooks, 2003; Zhang et al., 2010; Richmond et al., 2010) โดยข้อที่เสื่อมมากที่สุด คือ ข้อเข่า เนื่องจากข้อเข่าเป็นข้อที่มีขนาดใหญ่และต้องรับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง ทั้งยังต้องทำหน้าที่เคลื่อนไหวเกือบตลอดเวลา ทำให้ข้อเสื่อมได้ง่าย โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of Knee) เป็นโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (Adult and elderly group)และกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นปัญหาสำคัญของระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยเนื่องจากเป็นโรคข้อที่พบบ่อยที่สุด เป็น 1 ใน 10 โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญอันก่อให้เกิดความทุพพลภาพในผู้สูงอายุอีกทั้งมีผลกระทบสูงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดพยาธิสภาพของข้อเข่าอย่างไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้แล้วการบำบัดแบบไม่ใช้ยา (Non-pharmacological treatment) และหรือการแพทย์แบบผสมผสาน (Complementary therapy) เป็นข้อเสนอที่ดีในการบำบัดที่ได้ผลดีที่สุด และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น (Primary knee osteoarthritis) ซึ่งเป็นชนิดที่มีผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงอยู่ในชุมชนจำนวนมาก โรคข้อเข่าเสื่อมคือโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อซึ่งเป็นผลที่มาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานมากเมื่อมีการใช้งานผิวข้อที่สึกจะมีการขัดสีกันทาให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมาซึ่งในทางแผนไทยโรคข้อเข่าเสื่อมเปรียบได้กับโรคลมจับโปงเข่าโรคลมจับโปงคือโรคลมชนิดหนึ่งที่เกิดจากอาหารอากาศน้ำ และเป็นเฉพาะที่เข่ากับข้อเท้านั้นแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่ 1.ลมจับโปงน้ำอาการปวดมากบวมแดงร้อนและมีน้าในข้อขณะที่บวมและอักเสบจะมีความร้อนขึ้นเสมอ 2.ลมจับโปงแห้งอาการบวมมีความร้อนไม่มากนักบางครั้งมีแดงเล็กน้อยแต่จะมีสภาวะหัวเข่าติดขาโก่งอาการปวดน้อยกว่าลมจับโปงน้า ดังนั้น ชมรมผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวหรั่ง จึงได้จัดทำโครงการการผลิตยาพอกบำบัดอาการปวดเข่าขึ้น เนื่องจากพบอุบัติการณ์ของโรคกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุสำคัญอันก่อให้เกิดความทุพพลภาพ มีผลกระทบสูงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวและเพื่อสนับสนุนโยบายของรัฐบาล ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ และเพื่อพัฒนาระบบบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทางแพทย์แผนไทยให้อยู่ในระดับที่ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1 เพื่อให้ กลุ่มผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยเรื้อรัง มีความรู้เกี่ยวกับการผลิตยายาพอกเข่าเพื่อบำบัดอาการปวด และสามารถผลิตยาพอกเข่าโดยใช้สมุนไพรในท้องถิ่นได้ 2 เพื่อลดการใช้ยาแผนปัจจุบันและเพิ่มการใช้ยาสมุนไพร
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. - อบรบความรู้เรื่องโรคเข่าเสื่อม การดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย - อบรบการทำยาพอกเข่าสมุนไพร และฝึกทักษะการพอกเข่า - อบรบความรู้การส่งเสริมสุขภาพและป้องการโรค (การบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน)
วิธีดำเนินการ
  1. ขั้นตอนวางแผนงาน   1. วิเคราะห์ปัญหาสถานโรคข้อเข่าเสื่อมในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านชะรัด   2. เขียนโครงการเพื่อของบประมาณ   3. ประสานงานวิทยากรเพื่อให้ความรู้
  2. ขั้นตอนการดำเนินงาน   1. จัดกิจกรรมอบรบการผลิตยาพอกบำบัดอาการปวดเข่า เชิงปฏิบัติจริงโดยแพทย์แผนไทย
    • อบรบความรู้เรื่องโรคเข่าเสื่อม การดูแลสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
    • อบรบการทำยาพอกเข่าสมุนไพร และฝึกทักษะการพอกเข่า
    • อบรบความรู้การส่งเสริมสุขภาพและป้องการโรค (การบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน)
        2. ติดตามผลการพอกเข่าและอาการปวดเข่าในกลุ่มผู้ป่วยทุก 3 เดือน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อเข่าได้รับบริการลดอาการปวดด้วยยาพอกเข่า โดยมีอาการปวดลดลง มากกว่า หลังการรับบริการ   2. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและญาติผู้ป่วยสามารถทำยาพอกเข่าเองได้และมีความพึงพอใจในการใช้งานเพิ่มขึ้น
  3. ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการอบรมและสามารถนำสมุนไพรในท้องถิ่นมาผลิตยาพอกเข่าได้   4. ประชาชนในกลุ่มเป้าหมายที่ใช้สมุนไพรในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และลดการใช้ยาแผนปัจจุบันเพื่อแก้ปวดลง (ชนิดรับประทาน , ทาภายนอก )