โครงการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ปี 2561 รพ.สต.บ้านทรายขาว
โครงการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ปี 2561 รพ.สต.บ้านทรายขาว
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม ปี 2561 รพ.สต.บ้านทรายขาว | |
| รหัสโครงการ | 61-L2486-1-22 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาว | |
| วันที่อนุมัติ | 6 กรกฎาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2561 - 31 กรกฎาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 6,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายวิโรจ ชาญแท้ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส |
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมาเช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ
โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น
ประชากรในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ80 ของพื้นที่ทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำสวนปาล์ม ทำนา ทำสวน ปลูกพืชผักผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงอยู่
จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในประชากรในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาวยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลไพรวันร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทรายขาวจึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกร จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้กลุ่มอาชีพเกษตรกรรมตำบลไพรวัน ขึ้นเพื่อให้กลุ่มเกษตรกร มีความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคจากการทำงานและกลุ่มเกษตรกรได้รับตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด และมีการตรวจผักปลอดภัยจากการสารเคมี เพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
1) จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกร 2) จัดการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ 3) เตรียม เครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส 4) ประสานกับเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 5) ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย 6) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดโครงการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน 7) ปรับปรุง พัฒนาจากผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการจัดทำแผนงาน / โครงการต่อไป
1) ประชาชนกลุ่มอาชีพเกษตรกรรมมีความรู้ในการป้องกันโรคจากการทำงาน 2) ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 3) ประชาชนสามารถเลือกซื้ออาหารที่ถูกหลักโภชนาการ