กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการลดโรคเรื้อรังด้วยพลังเครือข่ายเทศบาลตำบลหนองจิก

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการลดโรคเรื้อรังด้วยพลังเครือข่ายเทศบาลตำบลหนองจิก
รหัสโครงการ 04-01-L8283-2561
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลหนองจิก
วันที่อนุมัติ 10 เมษายน 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2561 - 30 กันยายน 2561
งบประมาณ 30,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางภารดี วงศ์ฐารัตน์
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือที่เรียกว่าโรควิถีชีวิต 5 โรคได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองและ โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับประเทศและระดับโลกที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นจากความเจริญทางด้านวัตถุสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมรวมถึงภาวะความเครียดขาดการออกกำลังกายการสูบบุหรี่ดื่มสุราหากไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยพิการและเสียชีวิตนอกจากนี้ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจตามมาอย่างมหาศาล จากสถานการณ์ของโรคในเขตรับผิดชอบหมู่ที่ ๒,4ตำบลตุยงในปีงบประมาณ 2560จากการคัดกรองประชากรกลุ่ม 35 ปีขึ้นไปจำนวน 1,899 คนพบกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงจำนวน 1,084 คนกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงจำนวน 241 คนมีภาวะแทรกซ้อน 5คน พบสงสัยรายใหม่โรคความดันโลหิตสูงจำนวน 12 คน พบกลุ่มเสี่ยงเบาหวานจำนวน62 คนกลุ่มป่วยเบาหวานจำนวน 87 คนพบมีภาวะแทรกซ้อนจำนวน32 คนเสี่ยงสูงผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน 8 คนผู้ป่วยเป็นทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูงจำนวน 27 คน และจากการประเมินความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลตนเองในกลุ่มประชากร 35 ปีขึ้นไปพบว่าส่วนใหญ่มีความรู้แต่ยังขาดความตระหนักและทักษะในการปฏิบัติตนขาดแรงกระตุ้น แรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องและขาดความร่วมมือจากผู้ดูแล พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุต้องมีคนดูแลในเรื่องการรับประทานอาหารการประกอบอาหารให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นแรงกระตุ้นและจัดสิ่งแวดล้อมให้ผู้ป่วยปฏิบัติได้จริง ดังนั้น กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและบริการด้านปฐมภูมิโรงพยาบาลหนองจิกเล็งเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนจึงได้จัดทำโครงการลดภัยโรคเรื้อรังด้วยพลังเครือข่ายเทศบาลหนองจิก ขึ้นพร้อมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติการอย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพทุกระดับและให้สามารถผลักดันสู่การปฏิบัติการให้เกิดผลสำเร็จเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ลดเสี่ยงลดโรคลดภาวะแทรกซ้อนลดการพิการลดการตายลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งระดับบุคคลครอบครัวชุมชนสังคมและประเทศเพื่อก้าวสู่วิถีชีวิตพอเพียงสุขภาพพอเพียงระบบสุขภาพพอเพียงและสังคมสุขภาวะภายใต้สังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัวและด้านปฐมภูมิโรงพยาบาลหนองจิก จึงได้นำเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติจัดทำโครงการลดโรคเรื้อรัง ด้วยพลังเครือข่ายเทศบาลหนองจิก เพื่อให้ประชาชนหมู่ที่2,4 ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพที่ดี มีความรู้ความตระหนักในการดูแลตนเองลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน ลดการสูญเสียของประชากรกลุ่มเสี่ยงสูงต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ๑. เพื่อให้ประชาชนอายุ ๓๕ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นและจัดกลุ่มเฝ้าระวังในปิงปองจราจร ๗ สี
  2. ๒. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มป่วยมีความรู้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
  3. 3.เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการภาคีเครือข่ายของกองทุนสุขภาพ เทศบาลหนองจิก
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ๑. จัดทำเวทีประชาคมร่วมกับภาคีเครือข่ายคืนข้อมูลแก่ชุมชนหมู่ที่ 2,4
  2. คัดกรองภาวะเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย๓๕ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการพร้อมแยกกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยในการเฝ้าระวังและดูแลในปิงปองจราจร ๗ สี
  3. ให้ความรู้อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย/ผู้ดูแลและอสม.ผู้เข้าร่วมโครงการ
วิธีดำเนินการ

๑. จัดทำเวทีประชาคมร่วมกับภาคีเครือข่ายคืนข้อมูลแก่ชุมชนหมู่ที่ ๒,4 ๒.คัดกรองภาวะเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมาย๓๕ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการพร้อมแยกกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยในการเฝ้าระวังและดูแลในปิงปองจราจร ๗ สี ๓.ให้ความรู้อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย/ผู้ดูแลและอสม.ผู้เข้าร่วมโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชน ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองสุขภาพและแยกกลุ่มเฝ้าระวังปิงปองจราจร ๗ สี 2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนและอัตราเสียชีวิตลดลง ๓.ประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนต้นแบบและชุมชนต้นแบบได้อย่างยั่งยืน 4. คณะกรรมการและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง