โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานและดูแลผู้ป่วยห่างไกลภาวะแทรกซ้อน
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานและดูแลผู้ป่วยห่างไกลภาวะแทรกซ้อน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานและดูแลผู้ป่วยห่างไกลภาวะแทรกซ้อน | |
| รหัสโครงการ | 61-L2490-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.โคกศิลา | |
| วันที่อนุมัติ | 26 กุมภาพันธ์ 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2560 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 30,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอัมรันสะอะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส |
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวนิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงเช่นการเร่งรีบกับการทำงานบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงขาดการออกกำลังกายเครียดทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยง ร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม
จากผลการการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกศิลา ปี 2560 ประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองภาวะเสี่ยงความดัน จำนวน 846 คนคิดเป็นร้อยละ 97.35 พบกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูงคิดเป็นร้อยละ 23.88 และกลุ่มเสี่ยงสูงคิดเป็นร้อยละ 5.08 และประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองภาวะเสี่ยงเบาหวานจำนวน 955 คน คิดเป็นร้อยละ 91.48 พบกลุ่มเสี่ยงเบาหวานคิดเป็นร้อยละ 3.66
นอกจากนี้กลุ่มป่วยที่รับยาที่ รพสต.ปี 2560 จำนวนทั้งสิ้น 115 ราย จากการตรวจประเมินค่าความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยแต่ละราย พบว่า ผู้ป่วยบางรายยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลกระทบนั่น คือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกศิลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว และตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเกิดโรคเรื้อรังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้
- ข้อที่ 1.เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ข้อที่ 2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส.
- ข้อที่ 3เพื่อให้กลุ่มป่วยได้รับการดูแลรักษาและได้รับการส่งต่อตามแนวทางปิงปองจราจรชีวิต 7 สี
1.จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติและขอสนับสนุนงบประมาณ
2.ประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับทราบนโยบายและวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้มีความเข้าใจในแนวเดียวกัน
3.จัดทำแผนการออกปฏิบัติงานเชิงรุกในการดำเนินงานคัดกรองเบาหวานความดันโลหิตสูงหลอดเลือดสมองและภาวะอ้วนลงพุงประชากร35ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบ
4.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงในชุมชน เช่น ผู้นำท้องถิ่น อสม.และภาคีเครือข่าย
5.ประชาสัมพันธ์การคัดกรองความเสี่ยงเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าร่วมโครงการฯ
6.ประชุมชี้แจงอสม.เพื่อไปดำเนินการคัดกรอง โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในกลุ่มเสี่ยง
7.จัดเตรียมวัสดุ/แบบคัดกรอง/อุปกรณ์ , เครื่องมือในการออกคัดกรองตลอดจนแผ่นพับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานให้เพียงพอในการดำเนินงาน
8. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. ออกดำเนินการเชิงรุกในชุมชนในการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน พร้อมแปรผลการตรวจ และให้ความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชนในหมู่บ้าน
9. ทำการตรวจคัดกรอง NCD ซ้ำ พบผิดปกติรักษาและส่งต่ออย่างเหมาะสม
10.ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง, เบาหวาน รายใหม่มอบสมุดคู่มือดูแลสุขภาพรายบุคคล
11. สรุปผล/วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายคืนข้อมูลสู่ชุมชนเพื่อจัดทำแผนงาน,โครงการร่วมกับภาคี เครือข่ายโดยชุมชน ต่อเนื่องต่อไป
- ประชาชนอายุ 35ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง-เบาหวาน
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม
- อสม. มีความรู้ในการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง-เบาหวาน อย่างถูกต้องและสามารถให้แนะนำในการปฏิบัติตนและการรักษาได้อย่างเหมาะสม
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วย ได้รับการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส. และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง