โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี
โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนห่วงใย ใส่ใจโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี | |
| รหัสโครงการ | 61-L2511-1-17 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านบูกิ๊ตจือแร | |
| วันที่อนุมัติ | 24 เมษายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 4 เมษายน 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 17,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | น.ส.ลาตีพะ เซ็ง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส |
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หรือการให้วัคซีนทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน หรือความต้านทานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรือทำให้โรคมีความรุนแรงน้อยลง วัคซีนทำหน้าที่เสมือนเป็นสิ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไว้เป็นเครื่องป้องกันให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคบางชนิดได้ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียการให้วัคซีนเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงซึ่งมีความคุ้มค่ากว่าการให้การรักษาโรคเมื่อมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคแล้วปัจจุบันการให้วัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี สามารถป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรควัณโรค โรคตับอักเสบบีโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ โรคหัด และไข้สมองอักเสบ หากไม่ได้รับวัคซีนจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตนเองในเรื่องความเสี่ยงของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนผู้ปกครองเด็กก็จะมีผลกระทบในเรื่องรายได้ที่ต้องสูญเสียไปจากการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพเมื่อต้องดูแลบุตรที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในโรงพยาบาล รวมถึงงบประมาณของสถานบริการสาธารณสุขในส่วนของยา และเวชภัณฑ์ที่ต้องใช้ไปในการดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละคนที่เพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อสังคมเมื่อเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ระบาด ข้อมูลผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ๐-๕ ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบูกิ๊ตจือแรตำบลรือเสาะ ปีงบประมาณ ๒๕๖๐พบว่าในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑ ปีมีความครอบคลุม ร้อยละ ๗๐.๙๑ ในกลุ่มเด็กอายุครบ ๒ ปี มีความครอบคลุม ร้อยละ ๖๕.๐ในกลุ่มเด็กอายุครบ ๓ ปี มีควาครอบคลุม ร้อยละ ๕๐.๐ ในกลุ่มเด็กอายุครบ ๔ ปี มีความครอบคลุม ร้อยละ ๕๑.๗๒ (รง.ประจำปี รพ.สต.บ้านบูกิ๊ตจือแร ๒๕๖๐) เกณฑ์มาตรฐานของการได้รับวัคซีนครบชุดตามเกณฑ์อายุกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๕ จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ๐-๕ ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบูกิ๊ตจือแรตำบลรือเสาะ เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานอัตราป่วยตายด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ตำบลรือเสาะ แต่พบว่าในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงของจังหวัดนราธิวาส ได้เกิดการระบาดของโรคคอตีบ และโรคหัด สาเหตุ และปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านบูกิ๊ตจือแร ตำบลรือเสาะ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดที่ค้นพบจากการทำประชาคมสุขภาพในพื้นที่ คือ ขาดความต่อเนื่องของการติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายวัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี ไม่มีเวทีให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ดังนั้น กลวิธีการดำเนินงานสำหรับใช้แก้ปัญหาตามเหตุ และปัจจัยที่พบในครั้งนี้ คือ การใช้หลักการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลทางสาธารณสุขที่มีความสำคัญยิ่งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดประชากรเป้าหมายที่สุด รวมถึงผู้นำศาสนาก็เป็นอีกภาคีเครือข่ายหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเป็นผู้ดูแลเด็กโดยตรง และนำแนวคิดหรือทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจต่อภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานมาเสริมความเป็นบุคคลจิตอาสาของภาคีเครือข่ายที่มีอยู่แล้วเป็นทุนเดิมให้มีขวัญและกำลังใจเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านบูกิ๊ตจือแรตำบลรือเสาะ จึงได้จัดทำโครงการชุมชนห่วงใยใส่ใจโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในเด็ก ๐-5 ปีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านบูกิ๊ตจือแรตำบลรือเสาะอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสเมื่อดำเนินการแล้วคาดว่าจะทำให้การดำเนินงานสร้างเสริภูมิคุ้มกันโรคมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลทำให้ไม่มีอัตราป่วย หรืออัตราตายด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ตำบลรือเสาะ
- ๑.เพื่อให้อสม.ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ ปี มีความรู้เกี่ยวกับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ๒.เพื่อเพิ่มอัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนครบชุดตามเกณฑ์ในเด็ก ๐-๕ ปี
- 1.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแก่อสม.ผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนและผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ ปี
ขั้นวางแผน(Plan)
๑.ตรวจสอบ และปรับปรุงบัญชีรายชื่อเด็กอายุ ๐-๕ ปี ให้เป็นฐานข้อมูลปัจจุบัน
๒.ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ
๓.เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ
๔.แต่งตั้งผู้รับผิดชอบงาน
๕..ประชุม/ประสานอสม. แกนนำชุมชนเพื่อชี้แจงและปรึกษาหารือในการจัดทำโครงการ
ขั้นดำเนินการ(Do)
๑. ประชุมเชิงปฏิบัติการแก่อสม. ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ปี เพื่อให้มีความรู้ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานของโครงการฯ
2.จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ปี
๓.จัดทำบัตรติดตามเด็กที่ไม่มารับวัคซีนตามนัดซึ่งรายละเอียดในบัตรประกอบด้วย ชื่อ – นามสกุล(เด็ก)
ที่อยู่ และเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับวัคซีนนั้นๆ
๔.ประชาสัมพันธ์แจ้งรายชื่อเด็กในประชุมอสม.ของแต่ละเดือน พร้อมกับส่งบัตรติดตาม(ในกรณีเด็กไม่มารับวัคซีนตามนัด)
๕.มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อผู้ปกครองเด็กในเขตรับผิดชอบทุกหลังคาเรือน
๖.อสม.และเจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนาและนำชุมชน ดำเนินการเยี่ยมติดตามกลุ่มเป้าหมายเด็ก ๐-๕ ปี ที่ไม่มาฉีดวัคซีนให้มาฉีดวัคซีนตามนัดในแต่ละเดือน ไม่ต่ำกว่า ๑ ครั้ง/ราย
ขั้นตรวจสอบและประเมินผล(Check)
๑.ทบทวนปรับปรุงแก้ไขฐานข้อมูลทุกเดือน
๒.สรุปความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี ครบชุดตามเกณฑ์อายุ เมื่อสิ้นปี งบประมาณ ๒๕๖๑
๑อสม.ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ ปี มีความรู้เกี่ยวกับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
๒ผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ ปี และประชาชนทั่วไปในหมู่บ้านให้ความสำคัญในการพาบุตรหลานไปรับบริการฉีดวัคซีนตรงตามนัดทุกครั้ง