โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงตำบลพนางตุง
โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงตำบลพนางตุง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงตำบลพนางตุง | |
| รหัสโครงการ | 61-L3323-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพนางตุง | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มีนาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2561 - 30 มิถุนายน 2561 | |
| งบประมาณ | 9,475.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสุภิญญาทองเทพ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นเเรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนเเรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมี่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่าง เช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที่ เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสา ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงเเสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่นโรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
ตำบลพนางตุงเป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมโดยมีพื้นที่ ที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งประกอบไปด้วย การทำนาปีทำสวนยางพารา พืชล้มลุกทางการเกษตรอีกหลายชนิด ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรง และสูงในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ จากการเจาะเลือดเกษตรกรโดยใช้กระดาษ Reactive paper ครั้ง ที่ ๑ พบว่า ปกติ ร้อยละ ๑๗.๐๐ ปลอดภัย ร้อยละ ๒๒.๐๐ มีความเสี่ยงร้อยละ ๓๓.๐๐ และไม่ปลอดภัยร้อยละ ๒๘.๐๐ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในเขตตำบลพนางตุง ยังคงมีการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชอยู่ มีสารเคมีในเลือดในระดับที่เสี่ยง และไม่ปลอดภัย
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพนางตุง ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลพนางตุงได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่ตำบลพนางตุง จึงได้จัดทำโครงการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงตำบลพนางตุงปีงบประมาณ 2561 ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อหาสารเคมีตกค้างในกระเเสเลือดว่าอยู่ในระดับใด เพื่อเฝ้าระวังและรักษาต่อไป
- ๑.เพื่อตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ
- ๒.เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงเกิดความรู้และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองที่ถูกต้อง
- ประชุม อสม. เพื่อร่วมกันกำหนดแผนงานการลงปฏิบัติในพื้นที่
- จัดซื้อกระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรสพร้อมหลอดฮีมาโตรคลิตจำนวน6กล่อง
๑.ประชุมชี้เเจงโครงการและแนวทางการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ๒.จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขอรับการอนุมัติจากประธานกองทุน ๓.จัดการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยง ทราบเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายและนัดวันเวลาและสถานที่ในการตรวจ ๔.ดำเนินการตรวจหาสารเคมีตกค้าง และเเนะนำให้ความรู้แก่เกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยง ๕.ติดตามประเมินผล
๑.เกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีระดับสารเคมีตกค้างในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย ๒.เกษตรกรและประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง