โครงการพูดคุยเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์กับวัยรุ่น
โครงการพูดคุยเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์กับวัยรุ่น
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการพูดคุยเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์กับวัยรุ่น | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส | |
| วันที่อนุมัติ | 16 พฤษภาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | - | |
| งบประมาณ | 10,600.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางเพ็ญศรี บัวขำ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของหญิงไทยอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ตั้งครรภ์สูงถึง ๗๐ ต่อ ๑๐๐๐ คน ถือว่าสูงที่สุดในทวีปเอเชียและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกข้อมูลดังกล่าวสะท้อนปัญหาของสังคมไทยที่กำลังมีปัญหาแม่ที่มีลูกวัยรุ่นและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส พบว่า หญิงอายุน้อยกว่า ๒๐ ปีตั้งครรภ์ที่เพิ่มขึ้นและมีการติดเชื่อเอชไอวีเพิ่มขึ้น ต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันหลักของสังคม คือสถาบันครอบครัว ในการทำหน้าที่ดูแลอบรมสั่งสอนบุตร ในวิถีประจำวันโดยเฉพาะบทบาทของแม่ในการสื่อสารกับบุตรที่เป็นวัยรุ่น ในเรื่องเพศ ที่เน้นวิธีคิด และพฤติกรรมให้บุตรหลานมีพฤติกรรมทางเพศที่ป้องกันการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคเอดส์และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
- ๑. เพื่อสำรวจทัศนคติของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพูดคุยเรื่องเพศกับลูกหลานวัยรุ่นได้ ๒. เพื่อให้รู้และเข้าใจถึงความสำคัญในการพูดคุยเรื่องเพศกับลูกหลานวัยรุ่น ๓. เพื่อให้รู้และเข้าใจถึงวิธีสอนลูกหลานเรื่องทักษะการปฎิเสธ ๔.เพื่อให้รู้และเข้าใจถึงการป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
- อบรมให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีบุตหลานอายุ 15-19 ปี
๑. ระยะเตรียมการ ๑.๑ เสนอโครงการเพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลกะลาเส ๑.๒ ชี้แจงวัตถุประสงค์และวิธีดำเนินโครงการให้ชุมชนได้รับทราบ ๒.ระยะดำเนินการ ๒.๑ ประสานงานกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลกะลาเสเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ ๒.๒ อบรมผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ ๑๕-๑๙ ปี ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลกะลาเส ๓.ผลการดำเนินโครงการ
๑. ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจและวิธีการพูดคุยเรื่องเพศกับบุตรหลาน ร้อยละ ๙๐ ๒.ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจและการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังบุตรหลานได้ ร้อยละ ๘๐ ๓.มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลดลง ไม่เกิน ร้อยละ ๒๐