โครงการหญิงไทยยุคใหม่ ห่างไกลมะเร็ง
โครงการหญิงไทยยุคใหม่ ห่างไกลมะเร็ง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการหญิงไทยยุคใหม่ ห่างไกลมะเร็ง | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเส | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มิถุนายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | - | |
| งบประมาณ | 15,530.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | เงินบำรุงกองทุนหมุนเวียนบัตร ประกันฯ สอ.บ.กะลาเส โดย นายชาติชาย สุทธิธรรมานนท์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ ของคนไทย โรคมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ส่วนมากจะเกิดในสตรีมากกว่าบุรุษเนื่องจากอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีมีความซับซ้อนมากกว่าบุรุษมะเร็งปากมดลูกพบมากในกลุ่มอายุ ๓๐-๖๐ ปี และเป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของสตรีไทย ซึ่งส่งผลกระทบด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย และสมาชิกในครอบครัว รองลงมา คือ มะเร็งเต้านมซึ่งโรคมะเร็งทั้ง ๒ ชนิด เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของการแก้ปัญหาสาธารณสุขของบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ จากผลการดำเนินงานเมื่อปี ๒๕๕๘-๒๕๖๐ ที่ผ่านมาของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านกะลาเส พบว่าหญิงวัยเจริญพันธุ์กลุ่มเป้าหมาย อายุ ๓๐-๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกร้อยละ ๖๔.๑๑ ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนด แต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ต้องตรวจคัดกรองทุกๆ ๕ ปี เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่มีอาการในระยะเริ่มแรกดังนั้น การให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องตลอดจนการสร้างพฤติกรรมการดูแลตนเองจากโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมจึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งรวมไปถึงความพร้อมและศักยภาพในการให้บริการในระดับต่างๆของสถานบริการสาธารณสุขและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านกะลาเส จึงได้จัดทำ“โครงการหญิงยุคใหม่ ห่างไกลมะเร็ง” ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย มีความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม และมีทักษะความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง และสามารถให้การรักษาได้อย่างทันเวลาเพื่อลดอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้
- ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 3/2561
๑. สำรวจรายชื่อสตรีกลุ่มเสี่ยงอายุ ๓๐ – ๖๐ ปี ในเขตที่รับผิดชอบ ๒. ชี้แจงวัตถุประสงค์และวิธีดำเนินโครงการให้ชุมชนทราบ,ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ และ อสม. ๓. อบรมสตรีกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านม ๔. สอนเทคนิคการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ๕. สรุปการประเมินผลการดำเนินงาน
๘๐ ของสตรีกลุ่มเสี่ยง มีความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก ๒. ร้อยละ ๘๐ ของสตรีกลุ่มเสี่ยง มีความรู้เรื่องมะเร็งเต้านม ๓. ร้อยละ ๘๐ ของสตรีกลุ่มเสี่ยง เข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก