กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการติดตามกลุ่มสงสัยป่วยด้วยความดันโลหิตสูงที่บ้าน ม.2 บ้านป่าพะยอม

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการติดตามกลุ่มสงสัยป่วยด้วยความดันโลหิตสูงที่บ้าน ม.2 บ้านป่าพะยอม
รหัสโครงการ 61-L8416-2-05
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 2บ้านป่าพะยอมต. ป่าพะยอม จ.พัทลุง
วันที่อนุมัติ 10 เมษายน 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มิถุนายน 2561 - 28 กันยายน 2561
งบประมาณ 5,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางระตี ปริยวาทีประธานอาสาสมัครสาธารณสุข ม.2 ต. ป่าพะยอม
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การวัดความดันโลหิต เป็นการตรวจร่างกายที่สามารถให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเบื้องต้น ซึ่งทำได้ภายในเวลารวดเร็วโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ การวัดอาจทำโดยสอดแขนจนสุดต้นแขนเข้าไปในเครื่องอัตโนมัติ หรือใช้ผ้าพันรอบแขนแล้วสูบลมให้ผ้าพองขึ้นจนเกิดแรงบีบที่แขน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยลมออกและรอดูค่าความดันที่จะปรากฏคงที่ในเวลาต่อมา ภาวะความดันโลหิตสูง มักไม่มีอาการบ่งบอก ผู้ป่วยอาจไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งได้รับการตรวจความดันโลหิตเบื้องต้นเมื่อเข้ารับการรักษาหรือตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลการตรวจพบภาวะความดันโลหิตสูงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตาได้ บุคคลทั่วไปควรตรวจความดันโลหิตเป็นประจำเมื่อมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สามารถทำได้ง่าย ค่าความดันโลหิตที่วัดที่บ้านจะต่ำกว่าค่าที่วัดจากโรงพยาบาล จาการศึกษาพบว่าค่าความดันโลหิตที่วัดจากบ้าน มีความสัมพันธ์โรคแทรกซ้อน ซึ่ง ประโยชน์ของการวัดความดันโลหิตที่บ้าน คือการวัดความดันชนิดนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ความดันสูงที่โรงพยาบาล แต่วัดที่บ้านพบว่า ปกติ เพื่อตรวจว่าความดันโลหิตสูงหรือไม่ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตแตกต่างกันระหว่างที่บ้านและที่โรงพยาบาล จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 2 ตำบลป่าพะยอม ในปี 2560 พบกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง (ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท) จำนวน 24 คน จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 360 คน คิดเป็นร้อยละ 6.67 กลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน โดยวัดตอนตื่นนอนตอนเช้า 2 ครั้ง และก่อนเข้านอน 2 ครั้ง เอาค่าที่ได้มาเฉลี่ย หากยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะต้องส่งพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ
  1. จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย
  2. จัดทำแนวทางการวัดความดันโลหิตที่บ้าน และแบบบันทึก
  3. จัดทำโครงการเสนอเพื่อของบประมาณในการจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล
  4. ฝึกทักษะญาติ/ผู้ป่วยให้สามารถวัดความดันโลหิตได้ และวัดความดันโลหิต อย่างต่อเนื่องจนครบ
    7 วัน พร้อมบันทึกในแบบบันทึก
  5. หาค่าเฉลี่ยความดันโลหิตในรอบ 7 วัน หากยังสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ส่งพบแพทย์
  6. รายงานผล
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตตามเกณฑ์ที่กำหนด 2.กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาตามมาตรฐาน
3.มีเครื่องวัดความดันโลหิตในหมู่บ้าน สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ทันที