โครงการค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน หมู่ที่ 6
โครงการค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน หมู่ที่ 6
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน หมู่ที่ 6 | |
| รหัสโครงการ | 61-L1498-2-006 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.หมู่ที่ 6 ต.น้ำผุด | |
| วันที่อนุมัติ | 12 มิถุนายน 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2561 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 9,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมรม อสม.หมู่ที่ 6 ต.น้ำผุด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง |
ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลง นโยบายส่งเสริมบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน( อสม.) ทั่วประเทศ โดยเน้นให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ปฏิบัติงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชนในท้องถิ่นและชุมชนรวมถึงการเฝ้าระวังโรคติดต่อและไม่ติดต่อในชุมชน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่6 ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง ให้ความสำคัญของการปฏิบัติงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในชุมชนดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลน้ำผุดเป็นผู้คัดกรองโรคฯ และ ส่งเสริมความรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข
- 1.เพื่อค้นหาประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 150 คนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2.ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 50 คน มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1.เสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำโครงการฯจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลน้ำผุด
2.ประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน( อสม.) เพื่อชี้แจง ขั้นตอนการดำเนินงาน
3.จัดหาวัสดุ ในการคัดกรอง (เครื่องวัดความดันโลหิต,เครื่องเจาะเลือดปลายนิ้ว,เอกสารในการคัดดรอง)
4.แบ่งกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ( อสม.) ลงพื้นที่ และดำเนินการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในชุมชน
5.สรุปผลการคัดกรอง โดยแยกประเภทของกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง
6.จัดอบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
7.สรุปผลการดำเนินโครงการ
1.ประชาชนอายุ35ปีขึ้นไป ที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหมู่ที่6ตำบลน้ำผุดได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2.ประชาชน มีความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง 3. อัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานลดลง