กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยหลัก ๓อ.๒ส.หมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสา ปีงบประมาณ ๒๕๖๑

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ทุ่งหว้า

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยหลัก ๓อ.๒ส.หมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสา ปีงบประมาณ ๒๕๖๑

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยหลัก ๓อ.๒ส.หมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสา ปีงบประมาณ ๒๕๖๑
รหัสโครงการ 61-L5293-2-05
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ อสม. หมู่ที่ 8 บ้านควนตำเสา
วันที่อนุมัติ 29 มิถุนายน 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 กรกฎาคม 2561 - 30 กันยายน 2561
งบประมาณ 11,675.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ อสม.หมู่ที่ 8 บ้านควนตำเสา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์อัมพาต) เป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 3 ของโลก รองจากโรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็งและมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี จากทั่วโลกมีผู้เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มขึ้น เป็น 2 เท่า โรคอัมพฤกษ์อัมพาตเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความพิการถาวรในประชากร และเกิดภาระการดูแลรักษาเพิ่มมากขึ้นเช่นกันสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคโรคหลอดเลือดสมอง
(อัมพฤกษ์อัมพาต) คือภาวะความดันโลหิตสูง สถานการณ์ทั่วโลกพบว่าประชากรประมาณ 600 ล้านคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของโลก ปี 25๕๙ พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 35.82 หรือคิดเป็นจำนวน 17.64 ล้านคน และยังพบว่าอัตราตายจากโรคความดันโลหิตสูงปี 25๕๙ คิดเป็น ร้อยละ 15.94 ต่อแสนประชากรและเพิ่มเป็น 26.72 ต่อแสนประชากรแสนคนในปี 25๕๙ (ฐานข้อมูลสถิติการตาย สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข) ที่สำคัญส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองมีความดันโลหิตสูง และเมื่อรู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูงแล้วเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ และจากผลการสำรวจและคัดกรองความเสี่ยงโดยใช้แบบคัดกรองของ สปสช. พบว่าประชาชนในกลุ่มสิทธิบัตรประกันสุขภาพ(UC) ปีงบประมาณ25๖๐ ในเขต คปสอ.ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พบว่าประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ป้องกันได้และมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องในการส่งเสริมสุขภาพ สูงมากถึงร้อยละ90 ผลการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ประชากรอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปของหมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสาจำนวน ๓๘๒ คน ได้รับการคัดกรองทั้งหมด ๓๕๕ คนคิดเป็นร้อยละ ๙๒.๙๓ และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานจำนวน ๓๗ คนคิดเป็นร้อยละ ๑๐.๔๒ บาท และมีประชากรอายุ๓๕ปีขึ้นไปจำนวน ๓๓๓ คน ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ทั้งหมด ๓๐๙ คนคิดเป็นร้อยละ ๙๒.๘๐ พบเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูงจำนวน๔๒ คนคิดเป็นร้อยละ ๑๓.๕๙

เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ซึ่งเป็นผลให้เกิดประสิทธิภาพและผลประโยชน์ต่อทำให้ประชาชนเกิดการรับรู้ตระหนัก ตลอดจนสามารถตัดสินใจที่จะปฏิบัติการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของตนเองได้ ดังนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสาตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูลซึ่งเป็นมีส่วนร่วมในการดูแลการดูแลสุขภาพของ ประชาชน จึงมีความตระหนักและเห็นความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับ ประชาชนในชุมชนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและพึงประสงค์จึงได้จัดทำโครงการ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยหลัก ๓อ.๒ส.หมู่ที่ ๘ บ้านควนตำเสา ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ๑.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดัน เกิดการรับรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรค เช่นการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามสภาพปัญหาและวิถีชีวิตของชุมชนให้ถูกต้อง
  2. ๒. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้
  3. ๓. สร้างเครือข่าย พัฒนาความรู้ความเข้าใจและทักษะในการดูแลสุขภาพตนเอง บุคคลในครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้
วิธีดำเนินการ

๑.สำรวจภาวะสุขภาพและคัดกรองความเสี่ยงสุขภาพโดยอสม. ๒.ประชุมในหมู่บ้านประชาสัมพันธ์ชี้แจงภาวะสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ๓.เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ ๔.จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการ ๕.ประสานวิทยากรเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่สมาชิกเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงที่เข้าอบรม ๖.จัดเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรม ๗.จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และสาธิต ฝึกการออกกำลังกาย
๘.กิจกรรมสันทนาการ ๙.สรุปผลการดำเนินโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันเกิดการรับรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรค เช่นการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามสภาพปัญหาและวิถีชีวิตของชุมชนให้ถูกต้อง
๒.เครือข่ายพัฒนาความรู้ความเข้าใจและทักษะในการดูแลสุขภาพตนเอง บุคคลในครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง