กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการบริการเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและดูแลสุขภาพ รพ.สต.บ้านโหล๊ะหาร

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการบริการเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและดูแลสุขภาพ รพ.สต.บ้านโหล๊ะหาร
รหัสโครงการ 61-L3341-1-09
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโหล๊ะหาร
วันที่อนุมัติ 3 กรกฎาคม 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 กรกฎาคม 2561 - 30 กันยายน 2561
งบประมาณ 59,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายนราวุฒิ แก้วหนูนวล
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานสุรา , แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว , แผนงานผู้สูงอายุ , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

นโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้เน้นการจัดบริการผสมผสานที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุ ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมป้องกันโรค เป็นบริการทั้งในสถานบริการและบริการในชุมชน การให้บริการในเชิงรุก เป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการพึ่งตนเองของประชาชนและการมีส่วนร่วมในการจัดการกับสภาวะสุขภาพของตนเอง,บุคคลในครอบครัวและของชุมชน ตามชุดสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนทุกคนควรจะได้รับขั้นพื้นฐาน การจัดบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและการจัดบริการการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน(Home Visit and Home Health Care) เป็นการจัดบริการตามชุดสิทธิประโยชน์ที่เน้นในการดูแลผู้รับบริการ(กลุ่มเสี่ยง,กลุ่มด้อยโอกาส,ผู้ป่วย)และครอบครัวอย่างเป็นองค์รวมและต่อเนื่อง เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจสภาพปัญหา วิถีชีวิตของผู้รับบริการและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการจัดบริการการดูแลสุขภาพต่อเนื่องที่บ้าน (Home Ward - HomeCare)ทำให้ผู้ป่วยมีความอบอุ่นที่ได้อยู่กับครอบครัว ลดภาระและความวิตกกังวลของครอบครัวสามารถดูแลตนเองเมื่อเจ็บป่วย เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลทำให้ผู้รับบริการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น
ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโหล๊ะหาร ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุงได้จัดทำโครงการ จัดบริการเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอายุให้ครอบคลุมตามชุดสิทธิประโยชน์ต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับบริการฝากครรภ์ครั้งแรก (อายุครรภ์น้อยกว่า 12 สัปดาห์ที่ได้มาตรฐานในสถานบริการ
  2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจหลังคลอดตามเกณฑ์
  3. เพื่อให้กลุ่มเด็กอายุ 0-5 ปี หญิงตั้งครรภ์และประชาชนทั่วไปได้รับบริการวัคซีนตามเกณฑ์
  4. เพื่อให้กลุ่มอายุ 15 – 34 ปี และกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยง
  5. เพื่อให้หญิงไทยอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมีความรู้ในการตรวจเต้านมได้ด้วยตัวเอง
  6. เพื่อให้กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่เป็นโรคเรื้อรัง ได้รับการคัด กรองและประเมินโรคซึมเศร้า
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. แผนการออกปฏิบัติงานดูแลมารดาและทารกหลังคลอด
  2. ค้นหากลุ่มเสี่ยง
  3. การดูแลผู้ป่วยเชิงรุก
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) กิจกรรมที่ 1ลูกน้อยสุขภาพสมบูรณ์ เติบโตตามวัย ประจำปี 2561 1. ขั้นเตรียมการ
1.1 สำรวจข้อมูลเด็กขาดสารอาหาร 1.2 ประชุมชี้แจงเพื่อค้นหาสาเหตุร่วมกับผู้ปกครอง
1.3 จัดทำโครงการแก้ปัญหาเด็กขาดสารอาหาร 2. ขั้นดำเนินการ 2.1 จัดอบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี เรื่องโภชนาการเด็ก
2.2 สาธิตอาหารสำหรับเด็กวัย 0-5 ปี แก่ผู้ปกครอง กิจกรรมที่ ๒ ค้นหากลุ่มเสี่ยง ๑. ให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ๒. ตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน/สารเคมีในเลือด ๓. ติดตามเยี่ยมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยง กิจกรรมที่ ๓ การดูแลผู้ป่วยเชิงรุก ๑. ดำเนินการตามโครงการ/จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ (Care Giver)
๒. ลงเยี่ยมผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงเพื่อให้กำลังใจและพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดให้มีการนวดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายแก่ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ป่วย ที่มีภาวะความต้องการตามความจำเป็นและเหมาะสม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

กิจกรรมที่1 1.ผู้ปกครองเด็ก0-5 ปีมีความรู้ ความเข้าใจ ด้านโภชนาการในเด็ก และรู้จักเมนูอาหารเสริมสำหรับเด็ก 2.เด็ก0-5 ปี มีพัฒนาการทางร่างกายและสมองเจริญเติบโตสมวัย 3.เด็ก 0 – 6 ปีที่มีภาวะทุพโภชนาในเขตรับผิดลดน้อยลง กิจกรรมที่ 2
๑. กลุ่มเสี่ยงได้รับปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ ๙๐ ๒. กลุ่มเสี่ยงมีการปลูกสมุนไพรในครัวเรือน ๓. กลุ่มเสี่ยงได้รับการเยี่ยมบ้านและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงทุกราย 3. กลุ่มเป้าหมายได้รับคัดกรอง >= ร้อยละ ๙๐ 4. กลุ่มปกติมีความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 5. กลุ่มเสี่ยงได้รับการเยี่ยมบ้านและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงทุกราย กิจกรรมที่ 3
1..ด้านประชาชน มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 2.ด้านชุมชน เกิดภาคีเครือข่ายในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่เข็มแข็งในการดูแลสุขภาพ
3.ด้านระบบงาน เกิดการพัฒนาการทำงานอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ
4.ด้านบุคลากร ได้รับการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเรียนรู้การทำงานไปพร้อมกัน