โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน
โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน | |
| รหัสโครงการ | 61-L3066-01-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตันหยงเปาว์ | |
| วันที่อนุมัติ | 21 ธันวาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2560 - 30 กันยายน 2561 | |
| งบประมาณ | 30,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสุทัศน์ อัตถเจริญสุข | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี |
โรคไม่ติดต่อเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเป้นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพชีวิตความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมของประชาชนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และปัญหาโรคไม่ติดต่อที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ชุมชนหรือท้องถิ่นจะเจริญก้าวหน้าด้วยดี ต้องมีการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องในทุกๆด้านเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงของสังคมในปุจจุบัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เทคโนโลยี และการดูแลสุขภาพ เป็นต้น การออกกำลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสมำเสมอเป็นกระบวนการหนึ่งทีสามารถช่วยพัฒนาคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยพัฒนาให้ประชาชนมีสุขภาพร่างการที่แข็งแรงและสมบูรณ์ สุขภาพจิตดี ปราศจากโดรคภัยไข้เจ็บ และส่งผลให้การดำเนินชีวิตอย่างราบรื่นและมีความสุข จากสถานการณ์โรคปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าความครอบคลุมในการจัดบริการยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ จงไมาสามารถลดปัญหาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติเต่อได้ เพราะรูปแบบการให้บริกรแบบตั้งรับที่สถานบริการอย่างเดียว มองผู้ป่วยเป็นเพียงผู้มาับบริการขาดความละเอียดออ่อนในมิติรอบด้านทำให้ไม่ทราบที่มาของพฤติกรรมส่วนที่เป็นตัวตน และความนึกคิดของผู้ป่วย การปรับเปลี่ยนพฟติกรรมจึงเป็นไปได้ยากแลเไม่ยั่งยืนหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ระบบบริการน่าจะไม่เพียพอ การพัฒนาระบบบริการส่งเสริมสุขภาพโดยทีมบุคคลากรสาธารณสุขให้บริการเยี่ยมบ้านเพื่อเป็นการเรียนรู้และเข้าใจชีวิตผู้ป่วยแบบองค์รวม จะเข้าใจวิถีชีวิต บริบทชีวิตของผู้ป่วยเป็นการสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ ทำให้ทราบทัศนคติเชิงลึกของผู้ป่วยซึ่งโยงถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้ป่วยต่อไป อันเป็นแนวทางอันดีที่จะให้บริการและสนับสนุนวิชาการที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของผู้ป่วยและผู้ป่วยสามารถตัดสินใจเลือกนำไปปฎิบัติปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม
- 1.เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยและประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและได้ตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
- 2.เพื่อลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่ และอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุมผู้ป่วยรายเก่า
- 3.เพื่อให้ประชาชนในชุมชนเห็นถึงความสำคัญของสารรับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
- ประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการแก่อาสาสมัครสาธารณสุข
- ประชุมชี้แจงให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ
1.ประชุมชี้แจงคณะทำงานที่รับผิดชอบในการจัดทำโครงการ
2.จัดทำโครงการ เสนอ คณะกรรมการองค์การบริหารส่วนตำบล
3.สรุปผลการตรวจคัดกรอง คัดแยกกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อ
4.ชี้แจงแนวทางการดำเนินการโครงการและแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบ
5.ประชาสัมพันธ์โครงการและจัดเตรียมสถานที่
6.ประชุมชี้แจงเชิงปฎิบัติการแก่อาสาสมัครสาธารณสุข
7.ประชุมชี้แจง บรรยายให้ความรู้แก่กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อและอาสาสมัครสาธารณสุขเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สาธิตอาหารตัวอย่าง การออกกำลังกายที่เหมาะสม และวิธีการพักผ่อนที่เหมาะสมให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยได้ปฏิบัติจริง และให้ความรู้เรื่องการปฎิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนจากโรค
8.ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อที่มีภาวะแทรกซ้อน อาการหนัก โดยเจ้าหน้าที่สาธ่รณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูวิถีการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับแผนการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย
1.ประชาชนตระหนักและใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัวและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้โยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 2.อัตราการป่วย/ตายด้วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงลดลง 3.อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงลดลง 4.ลดปัญหาการสูญเสียทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดจากการรักษาพยาบาลโดยตรงและค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่ผู้ป่วยต้องหยุดงานและมีขีดความสามารถลดลงหรือมีความพิการหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 5.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสามารถเป็นแบบอย่างและให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและประชาชนในชุมชนได้