กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
รหัสโครงการ 60-L3330-1-21
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน
วันที่อนุมัติ 7 สิงหาคม 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 14 สิงหาคม 2561 - 24 สิงหาคม 2561
งบประมาณ 28,010.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ “กรรมพันธุ์” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมี


อายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ จากข้อมูลอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ปี ๒๕๖๐ พบว่า กลุ่มป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 110 ราย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จำนวน 27 ราย และกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบ 240 ราย ควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้ จำนวน 71 รายหากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ในอนาคต ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลอน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ขึ้นโดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ข้อที่๑. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีความรู้เรื่องโรคและการดูแลตนเอง
  2. ข้อที่ ๒.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม
  3. ข้อที่๓ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการตรวจเลือดประจำปีและพบแพทย์ปีละครั้งทุกราย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดอบรมให้ความรู้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ,ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน ๒ รุ่นๆละ ๑ วันๆละ 65 คน รุ่นที่ ๑ วันที่ ๑4 สิงหาคม 2561 รุ่นที่ ๒ วันที่ 15 สิงหาคม 2561
  2. ประชุมให้ความรู้ในกิจกรรมการเจาะเลือดประจำปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ,ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
  3. กิจกรรมที่ ๓ ประชุมให้คำปรึกษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ,ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน กิจกรรมฟังผลเลือดและพบแพทย์ปีละครั้ง
วิธีดำเนินการ

1.จัดเตรียมข้อมูลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, ผู้ป่วยโรคเบาหวาน, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
๒.เขียนโครงการ ๓.จัดอบรมให้ความรู้ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ,ผู้ป่วยโรคเบาหวาน  , ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน ๒ รุ่นๆละ ๑ วันๆละ  65 คน  โดยมีเนื้อหาดังนี้


  • การดูแลตนเองของ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ,ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ภาวะแทรกซ้อนของ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  • เสริมพลังสุขภาพกายและสุขภาพจิต
    ๔.ประชุมให้ความรู้กิจกรรมการเจาะเลือดประจำปี ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, ผู้ป่วยโรคเบาหวาน, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และประชุมให้คำปรึกษาผู้ป่วยพบแพทย์ปีละครั้ง ๕.สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ และ ทัศนคติที่เหมาะสม ในการดูแล สุขภาพตนเอง     ๒.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและมีภาวะแทรกซ้อนลดลง ๓.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทุกรายได้รับเจาะเลือดประจำปีและพบแพทย์ปีละครั้ง