โครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในโรงเรียนยะลาบำรุง ผดุงประชา
โครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในโรงเรียนยะลาบำรุง ผดุงประชา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในโรงเรียนยะลาบำรุง ผดุงประชา | |
| รหัสโครงการ | 61-L7452-2-14 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนยะลาบำรุง ผดุงประชา | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กรกฎาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2561 - 31 ธันวาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 105,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายวีระชาติ สาราพร ครูผู้สอน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
- ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน) ขนาด 60.00
งานวิจัยมากมายได้แสดงหลักฐานว่า การมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอมีผลต่อสุขภาวะ สามารถลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วย โรคเรื้อรัง เช่น ลดอุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน อ้วน และมะเร็ง จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก ประมาณว่าการไม่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอเป็นสาเหตุของโรคหัวใจเลือด ร้อยละ 22-23 โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ร้อยละ 16-17 เบาหวาน ร้อยละ 15 หลอดเลือดสมอง ร้อยละ 12-13
สำหรับกิจกรรมทางกายนั้น หมายถึง การเคลื่อนไหวร่างกายที่มีการใช้พลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะครอบคลุมกิจกรรมทางกายทั้ง 3 ลักษณะ คือ1) กิจกรรมจากการทำงาน (Activity at work) ได้แก่ การทำงานโดยปกติ ที่ต้องออกแรงกายอย่างหนักหรือปานกลาง2) กิจกรรมจากการเดินทางในชีวิตประจำวัน (travel to and from places) ได้แก่ การเดิน และการขี่จักรยาน3) กิจกรรมยามว่าง (recreational activities) ได้แก่ การออกกำลังกาย เล่นกีฬา มีกิจกรรมยามว่าง กิจกรรมทั้ง 3 ลักษณะนี้ แต่ละลักษณะมีความหนักเบาของการใช้แรงกาย (intensity) ระยะเวลาที่มีกิจกรรม เป็นนาทีต่อวัน และความถี่ของการมีกิจกรรมเป็นวันต่อสัปดาห์จากผลการสำรวจกิจกรรมทางกาย ร้อยละ 42.6 ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายระดับมากและร้อยละ 38.2 ในเกณฑ์ปานกลาง โดยรวมร้อยละ 80.8 ของประชากรไทย 15 ขึ้นไป มีกิจกรรมทางกายระดับเพียงพอ โดยในผู้ชายมีร้อยละ 81.6 ส่วนในผู้หญิง มีร้อยละ 80.0 สัดส่วนของคนที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอมีสูงสุดในช่วงอายุ 30-59 ปี และลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น คนที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีร้อยละ 82.8 มีกิจกรรมทางกายสูงกว่าในเขต ซึ่งมีร้อยละ 78.4
จากความสำคัญดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอมีผลต่อสุขภาวะ สามารถลดอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนให้มีพัฒนาการที่ดี และจะเห็นว่ายังขาดข้อมูลในโรงเรียน รวมถึงความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมดังนั้น เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการโครงการกิจกรรมทางกายเป็นอย่างยิ่งดังนั้น โรงเรียนยะลาบำรุง ผดุงประชาร่วมกับสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา และกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายในโรงเรียนสตรียะลานี้ขึ้น
- ข้อที่ 1 เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กและวัยรุ่น
- ข้อที่ 2 เพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
- ข้อที่ 3 เพื่อสร้างความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครยะลา
- กิจกรรมที่ 1 การประชุมชี้แจงตัวแทนครู นักเรียน บุคลากรด้านสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน
- กิจกรรมที่ 2 การสำรวจสุขภาพด้านกิจกรรมทางกายของนักเรียน จำนวน 2 ครั้ง
- กิจกรรมที่ 3 การสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ ให้แก่ ครู และนักเรียน ของโรงเรียน จำนวน 350 คน เป็นเวลา 1 วัน
- กิจกรรมที่ 4 การพัฒนาขีดความสามารถแกนนำด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการออกกำลังกาย ให้แก่ แกนนำนักเรียน จำนวน 80 คน เป็นเวลา 5 วัน
- กิจกรรมที่ 5 การรณรงค์และประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางกายในโรงเรียน
- คณะครูและนักเรียนเกิดความตระหนักและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
- คณะครูและนักเรียนในโรงเรียนมีการออกกำลังกายร่วมกัน มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมภายในโรงเรียน