โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการแพทย์แผนไทยและการประยุกต์ใช้ในชุมชน
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการแพทย์แผนไทยและการประยุกต์ใช้ในชุมชน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการแพทย์แผนไทยและการประยุกต์ใช้ในชุมชน | |
| รหัสโครงการ | 61 – L7452 - 2 - 20 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชุมชนหลังวัดเมือง เทศบาลนครยะลา | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กรกฎาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2561 - 31 ตุลาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 37,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอัมพิกา สุภาอ้าย หัวหน้าอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนหลังวัดเมือง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นศาสตร์ที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะแนวคิดการดูแลสุขภาพตนเอง
ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดี ควรคำนึงถึงการปรับวิถีชีวิตในพฤติกรรมต่างๆ ตามแบบแผนการใช้ชีวิตประจำวัน อันจะส่งผลต่อการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย และทำให้มีสุขภาพดี พฤติกรรมดังกล่าว ได้แก่ การออกกำลังกาย การพักผ่อน การรับประทานอาหารและการทำงาน รวมถึงการดูแลสุขภาพของตนเองเมื่อเจ็บป่วย ถ้าประชาชนสามารถส่งเสริมให้มีการดูแลรักษาตนเอง โดยใช้ยาสมุนไพรหรือการนวดไทย จะสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อเรื้อรัง สร้างสมดุลการไหลเวียนของร่างกาย ป้องกันโรคเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังได้ ที่สำคัญถ้าสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ก็ยิ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและประหยัดค่าใช้จ่ายในการให้บริการของสถานบริการ ยังเป็นผลดีและจะทำให้ประหยัดรายจ่ายและเป็นการพึ่งตนเองได้ด้วย
จากข้อมูลสถานะสุขภาพของประชาชนในชุมชนหลังวัดเมือง พบว่า อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงต่อประชากร ในกลุ่มอายุ 50-59 ปี คิดเป็น 26.75% ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 45.58%อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานในกลุ่มอายุ 50-59 ปี คิดเป็น 9.65% ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 15.35% อัตราป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อประชากร (Cardiovascular disease) ในกลุ่มอายุ 50-59 ปี คิดเป็น 0.44% ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 2.33%
ชุมชนหลังวัดเมือง เทศบาลนครยะลา เล็งเห็นความสำคัญของการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เข้าสู่ระบบการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนเกิดความยั่งยืนคือ องค์ความรู้ท้องถิ่น หากสามารถฟื้นฟูภูมิปัญญาด้านการสร้างเสริมสุขภาพทั้งในมิติการดูแลตัวเองและการเยียวยารักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ชุมชนก็จะเข้มแข็ง โดยสิ่งสำคัญคือ การจัดการความรู้และการจัดการระบบทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่
- ข้อที่ 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้ และความสามารถของประชาชน ในการดูแลสุขภาพตนเอง โดยใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
- ข้อที่ 2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีทักษะการประยุกต์ใช้สมุนไพร การนวดแผนไทย และการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง
- ข้อที่ 3. เพื่อการมีกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของคนในชุมชน
- กิจกรรมที่ 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการแพทย์แผนไทยและประยุกต์ใช้สมุนไพรในชุมชน จำนวน 1 วัน
- กิจกรรมที่ 2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการแพทย์แผนไทยและการนวดเท้า จำนวน 1 วัน
- กิจกรรมที่ 3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการแพทย์แผนไทยและการออกกำลังกาย จำนวน 1 วัน
- ผู้เข้ารับการอบรม ได้นำความรู้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้
- ส่งเสริมภูมิปัญญาการใช้สมุน การนวดแผนไทย และการออกกำลังกาย ให้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพลดปริมาณการใช้ยารักษาโดยไม่จำเป็น
- ผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกาย เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัว จากการเอาใจใส่ดูแลต่อกัน และ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
- ส่งเสริมให้เกิดอาชีพของประชาชนในชุมชน และสร้างรายได้เข้าชุมชน