โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการ ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ ปี 2562
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการ ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ ปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบบูรณาการ ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ ปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 2562-L7572-01-002 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ | |
| วันที่อนุมัติ | 10 กันยายน 2561 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2561 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 30,400.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอาภรณ์ พันธ์ฤทธิ์ดำ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ขนาด 30.43
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงเกินเกณฑ์ ขนาด 3.37
ปัจจุบันโรคเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทรมานจากโรคและต้องรับการรักษาตลอดชีวิต ถ้าควบคุมโรคไม่ดีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังกับอวัยวะเกือบทุกส่วนของร่างกายได้ โดยอุบัติการณ์ของโรคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวาน มีอัตราความชุกของโรคเบาหวานร้อยละ 4 – 7 ในประชากรอายุ 30 – 36 ปี และสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุประชากรจนถึงร้อยละ 10 – 15 ในประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป (คณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ, 2538) พบว่า มีอัตราตายด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 7.2 เป็น 7.4 และ 29.0 ต่อประชากรหนึ่งแสนคนในปี พ.ศ. 2537, 2538 และ 2541 ตามลำดับ (จันทร์เพ็ญ, 2543) ในสถานบริการเครือข่ายโรงพยาบาลพัทลุงพบโรคเป็นสาเหตุเจ็บป่วยและการตาย 5 อันดับแรก นอกจากนี้การเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานทำให้วิถีชีวิตผู้ป่วยเปลี่ยนไปโดยทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา เสียรายได้ เป็นภาระของครอบครัว และสังคม รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตลดลง โรคเบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายประการด้วยกัน ได้แก่ อายุ ปัจจัยทางพันธุกรรม ภาวะอ้วน และพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมการดูแลตนเองเป็นการควบคุมภาวะของโรคจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกและภายในได้แก่ ด้านความรู้ ทัศนคติ ประสบการณ์ ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ครอบครัว และชุมชน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตนเองให้เหมาะสม การรับรู้ถึงอันตรายเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนและหาวิธีปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรคอย่างถูกต้อง
จากการศึกษาข้อมูล ปี2558-2560 พบว่า จังหวัดพัทลุงมีอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานมีจำนวน 28.2 และ33.3 ต่อพันประชากร ตามลำดับ และ2559 ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 2.63 ซึ่งเป็นสถิตที่สูงสุดของอำเภอเมืองพัทลุง ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้งหมด
ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานแบบบูรณาการ ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงขึ้น เพื่อผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้รับบริการสุขภาพแบบองค์รวมและต่อเนื่อง ปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังและเป็นการขยายบริการสาธารณสุขพื้นฐานสู่ประชาชน ส่งเสริมการบริการ เชิงรุก และเพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนตา ไต เท้า และตรวจคัดกรองวัณโรคโดยการเอ็กซเรย์ปอด
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
- เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนและเครือข่ายมีส่วนร่วมในการควบคุมภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน
- ประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ
- การตรวจคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่
- ค้นหากลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่สนใจในชุมชนจากทะเบียนและข้อมูลเวชสถิติของศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ โรงพยาบาลพัทลุง
- จัดทำโครงการ / ขออนุมัติ
- จัดประชุมคณะทำงานวางแผนดำเนินการโครงการ
ประสานงานกับทีมวิทยากร สถานที่ ผู้เข้าร่วมโครงการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ขั้นดำเนินการ
กิจกรรมคัดกรองภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ระยะเวลา ครึ่ง วัน 1.1. กิจกรรมตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนตา ไต เท้า ตรวจสุขภาพใน ช่องปาก คัดกรองวัณโรคโดยเอ็กซเรย์ และภาวะเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 1.2. กิจกรรมให้ความรู้/แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมโรคไม่ได้และผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 60 คน ระยะเวลา 1 วัน 2.1. ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ได้แก่ ประเมินค่าดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว วัดความดันโลหิต 2.2 จัดกิจกรรมออกกำลังกาย ได้แก่ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร การคำนวณสัดส่วนและพลังงานของอาหารแต่ละอย่าง การใช้เครื่องปรุงรส อาหารที่รับประทานได้เป็นประจำ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ฯลฯ 3.1. แนะนำปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารพิษที่ดูแลง่ายอย่างน้อย 5 ชนิด ต่อ 1 ครัวเรือน
3.2. กิจกรรมพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การดูแลตนเองผู้ป่วยเบาหวานขั้นประเมินผล 4.1. ประเมินความรู้ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรม 4.2. ประเมินความพึงพอใจของกิจกรรม 4.3. ประเมินระดับน้ำตาลในเลือด (HbA1C) ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรม 6 เดือน
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้เรื่องโรค ทักษะในการดูแลตนเอง สามารถนำความรู้ที่ได้จากการร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและสอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน
3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน