ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันโลหิตสูงด้วยกิจกรรม 3อ 2ส
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันโลหิตสูงด้วยกิจกรรม 3อ 2ส
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันโลหิตสูงด้วยกิจกรรม 3อ 2ส | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพสต.บ้านโนนสะอาด | |
| วันที่อนุมัติ | 1 พฤษภาคม 2561 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 พฤษภาคม 2561 - 30 สิงหาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 19,620.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | รพสต.บ้านโนนสะอาด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ “กรรมพันธุ์” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ จากข้อมูลอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ปี ๒๕๕๙ พบว่า ประชาชนกลุ่มป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบทั้งหมด ๑๐๖ ราย ได้รับการตรวจภาวะน้ำตาลในเลือด 71 รายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเยี่ยม จำนวน๙ ราย พบกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบ ๓๗๖ ราย ควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้ดีเยี่ยม จำนวน ๑๘ รายหากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ในอนาคต
การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรครวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวาน ความดันหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนสะอาด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยได้จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วยต่อโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ขึ้นโดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงอย่างเข้มข้น
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนจากโรค
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
๑. จัดทำแผนงาน / โครงการฯ ๒. นำเสนอโครงการเพื่อขอรับการพิจารณาอนุมัติ ๓. จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการฯ ๔. ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการโครงการในสถานบริการ ๕. สรุป / ประเมินผลพฤติกรรมสุขภาพโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลังการอบรมฯ ๓ เดือน
๑.ประชากรกลุ่มป่วย มีความรู้ และ ทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ๒.กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้รับการติดตามประเมินผลเป็นระยะตามที่กำหนดไว้ ๓. ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มเป้าหมาย