กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการลดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการลดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
รหัสโครงการ 2562-L3351-01-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านทุ่งยาว
วันที่อนุมัติ 27 กันยายน 2561
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 7 มกราคม 2562 - 30 กรกฎาคม 2562
งบประมาณ 4,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายเอนก กลิ่นรส
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 50.50 ขนาด 3.00
  2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 46.32 ขนาด 3.00

ในสถานการณ์การเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีความชุกค่อนข้างสูงและนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนที่เรื้อรังและรุนแรงได้เช่นภาวะหลอดเลือดตีบแข็งความดันโลหิตสูงจอประสาทตาเสื่อมไตวายโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดร่วมกับเป็นแผลเรื้อรังติดเชื้อได้ง่ายซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดความพิการหลายประการได้แก่ตาบอด หรือถูกตัดขาซึ่งปัญหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมา เช่นทางด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมรวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวทำให้ญาติผู้เกี่ยวข้องต้องแบกภาระในการติดตามดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิตของผู้ป่วยทำให้เกิดการขาดรายได้ในการประกอบอาชีพเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวซึ่งหากผู้ป่วยและครอบครัวไม่มีความเข้าใจในโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ผู้ป่วยกำลังเชิญอยู่ร่วมกับให้การดูแลผู้ป่วยไม่ถูกต้องปัญหาต่างๆดังกล่าวรวมถึงภาวะแทรกซ้อนก็อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมภาวะแทรกให้อยู่ในภาวะปกติได้ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรื้อรังต่อไป จากสภาพพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวรับผิดชอบ 3 หมู่บ้านประชาการ2,629 คนความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ปี2561เป็น 46.35/พันประชากร ตามลำดับอัตราการเป็นผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ร้อยละ 0.63 ซึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆมีผู้ป่วยแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานจำนวน5 รายส่วนโรคความดันโลหิตสูงความชุกของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงปี2561เป็น 191.05/พันประชากรอัตราการเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ร้อยละ 2.68ซึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆมีผู้ป่วยแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงคัดเลือกมาจำนวน5 รายซึ่งสาเหตุการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากระหว่างที่ผู้ป่วยยังเป็นผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้มีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพตนเองขณะเป็นโรคไมถูกต้องและขาดความตระหนักในการดูแลตนเองเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับผู้ป่วยจึงไม่สามารถแก้ไขให้อยู่ในสภาวะปกติได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุขต่างๆ ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวจึงเห็นว่าการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนโดยคิดหาวิธีการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลร่วมรับรู้ในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งใช้วิธีให้ผู้ป่วยและญาติเข้ามามีส่วนร่วมดูแลให้ผู้ป่วยเกิดความตระหนักในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและมีความต่อเนื่องโดยมีกิจกรรมการออกกำลังกายการรับประทานอาหารการตรวจเลือดสม่ำเสมอให้ผู้ป่วยและญาติเกิดการเรียนรู้อย่างเข้าใจอยากทำทำได้ซึ่งการออกกำลังกายจะเป็นการช่วยกระตุ้นการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลเนื้อเยื่อมากขึ้นและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงและการทำให้ระดับความเครียดลดลงจะช่วยให้ระดับน้ำตาลไม่เพิ่มขึ้นร่วมกับการนำสมุนไพรที่มีรสฝาดเปรี้ยวและเค็มมาต้มและทำให้ร้อนหรืออุ่นพอดีโดยนำมาแช่มือแช่เท้าจะช่วยให้มีการกระตุ้นการไหลเวียนและการทำงานของระบบประสาทส่วนปลายให้ดีขึ้นทุเลาอาการชาปลายมือปลายเท้าลงและให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลซึ่งเริ่มจากการสร้างความตระหนักให้กับผู้ป่วยร่วมกับญาติและฝึกทักษะกิจกรรมในการดูแลตนเองเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ป่วยเบาหวานในรายอื่นๆต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเบาหวานให้ถูกต้องและมีความเหมาะสมกับโรค ร่วมกับป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงให้กับผู้ป่วยเบาหวานโดยให้ญาติผู้ดูแลมีส่วนร่วม ร้อยละ 50
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานการดูแลตนเองขณะเป็นโรคให้ผู้ป่วยและญาติในข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์หลังจากที่ได้สรุปปัญหาและปัจจัยในการปฏิบัติตัวต่างๆ ซึ่งจะให้ความรู้ในเรื่องการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องขณะเป็นโรคพยาธิสภาพของโรคการดำเนินของโรค
วิธีดำเนินการ

อบรมให้ความรู้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะแทรกซ้อนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  2. ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้านได้อย่างถูกต้องเหมาะสมต่อเนื่อง
  3. สามารถนำรูปแบบกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยเบาหวานแบบวิถีไทมาใช้กับผู้ป่วยเบาหวานได้