กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการโรงเรียนปลอดโฟม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการโรงเรียนปลอดโฟม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา
รหัสโครงการ 61 - L7452 – 2 – 30
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา
วันที่อนุมัติ 1 กรกฎาคม 2561
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2561 - 31 มีนาคม 2562
งบประมาณ 87,450.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางบุตรธิกรณ์ จุลพล ผู้รับผิดชอบโครงการ อย.น้อยโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ในยุคสมัยที่คนเราเร่งรีบ รักความสะดวกสบาย หลายคนคงเคยชินกับการรับประทานอาหารกล่อง อาหารสำเร็จรูป เพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัด หาซื้อได้ง่าย โดยลืมคำนึงถึงสุขภาพ และด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ขายต้องปรับตัวหาวิถีทางที่จะลดต้นทุน เพื่อให้ได้กำไรที่มากขึ้น อีกทั้งคนส่วนใหญ่ เน้น “อิ่ม-ถูก-เร็ว” ส่งผลให้อาหารประเภทข้าวกล่องแกงถุง กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่ผู้คนให้ ความสนใจในชีวิตประจำวัน โดยละเลยอันตรายของสุขภาพที่แฝงมากับวัสดุที่ใช้บรรจุอาหารและความสะอาดของ อาหาร โฟมเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้บรรจุอาหารผลิตมาจากวัสดุพอลิเมอร์ชนิดพอลิสไตรีน(polystyrene) เมื่อนำมาใช้บรรจุอาหารร้อนและอาหารทอด น้ำมันจากอาหารจะเกิดปฏิกิริยากับโฟม ทำให้เกิดสารอันตรายปะปนออกมากับอาหาร สารเหล่านี้ ได้แก่ สารสไตรีน (styrene) และสารเบนซิน (benzene) และจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 275 (พ.ศ. 2548) เรื่อง กำหนดคุณภาพมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ซึ่งได้กำหนดปริมาณ สารสไตรีนในภาชนะบรรจุอาหาร โดยให้มีได้ไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (กรณีใช้งานที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ปริมาณสารสไตรีนต้องไม่เกินเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) มีการจัดทำโครงการรณรงค์ ลด ละ เลิกการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แต่ก็ยังไม่ได้ผลมากนัก ร้านอาหารตามสั่งทั่วไปก็ยังคงใช้กล่องโฟมในการบรรจุอาหาร เนื่องจากมีน้ำหนักเบา เป็นฉนวนทนความร้อน ใช้ง่ายและราคาถูก ดังนั้นผู้บริโภคต้องตระหนักและดูแลสุขภาพของตนเอง โดยหยุดบริโภคอาหารจากร้านค้าที่ผู้ประกอบการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร แล้วหันมาบริโภคอาหารที่บรรจุในภาชนะทดแทนโฟมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย เยื่อไผ่ มันสำปะหลัง ซึ่งทนต่อความร้อน ใช้กับอาหารที่มีไขมัน และอุ่นอาหารในไมโครเวฟได้ ย่อยสลายเร็วภายใน 45 วันก็ย่อยสลายหมดแล้ว แตกต่างจากโฟมที่ต้องใช้เวลามากกว่า 450 ปี จึงจะย่อยสลายได้หมด หรือใช้ปิ่นโตใส่อาหาร ซึ่งอาจไม่สะดวกในการพกพาแต่สามารถล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้ จากการสำรวจปริมาณขยะตั้งแต่ปี 2552-2556 ของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ขยะประเภทโฟมมีปริมาณเพิ่ม ขี้นอย่างต่อเนื่อง จาก 34 ล้านใบ/วัน เป็น 61 ล้านใบ/วัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 ใบ/คน/วัน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น จะพบว่ามีขยะประเภทโฟมมากกว่าปกติ ซึ่งโฟมเป็นขยะที่มีความคงทน และใช้เวลาในการย่อยสลายประมาณ 450 ปี ซึ่งสร้างปัญหาในการกำจัด เนื่องจากต้องใช้พลังงานต้นทุนการกำจัดสูง เปลืองพื้นที่ฝังกลบ และขบวนการกำจัดโฟม อาจทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง จากข้อมูล ร้าน/แผงจำหน่ายอาหารภายในโรงเรียนและรอบๆบริเวณโรงเรียนในโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา จากการสำรวจพบว่า ร้านค้าจำหน่ายอาหารไม่ใช้โฟม 100% แต่ยังพบว่านักเรียนบางส่วนยังใช้โฟม ซึ่งซื้อจากร้านอาหารนอกโรงเรียนมารับประทาน
โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลาเล็งเห็นความสำคัญที่จะจัดการอันตรายจากโฟมที่ใช้บรรจุอาหารในโรงเรียนและบริเวณรอบๆโรงเรียน ในการเลิกใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร และรณรงค์ ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร ในโรงเรียนเขตพื้นที่บริการของเทศบาลนครยะลา ให้ได้ในระดับที่น่าพอใจ และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านอาหารปลอดภัยของเทศบาล รัฐ และเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ในการลดความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย จึงได้จัดทำโครงการฯ นี้ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.เพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบอาหารและผู้บริโภคในโรงเรียน ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้โฟมบรรจุอาหาร
  2. 2.เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าอาหารในโรงเรียน และผู้บริโภค ลด ละ เลิก การใช้โฟมบรรจุอาหาร
  3. 3.เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าอาหารในโรงเรียน เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพทดแทนโฟม
  4. 4.เพื่อลดปริมาณขยะจากกล่องโฟมในโรงเรียน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมที่ 1 จัดประชุม ชี้แจงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 50 คน
  2. กิจกรรมที่ 2 จัดอบรมให้ความรู้ ในกลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการค้าอาหาร ร้าน และแผงลอยจำหน่ายอาหาร จำนวน 50 คน และครู อาจารย์จำนวน 100 คน รวมเป็น 150 คน ระยะเวลาครึ่งวัน
  3. กิจกรรมที่ 3 จัดอบรมให้ความรู้ ในกลุ่มเป้าหมายนักเรียนจำนวน 1,000 คน แบ่งเป็นสองรุ่น ๆ ละครึ่งวัน
  4. กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์
  5. กิจกรรมที่ 5 การประกวดเพลงรณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้ ภาชนะโฟม
  6. กิจกรรมที่ 6 การประกวดละครสั้นรณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้ภาชนะโฟม
  7. กิจกรรมที่ 7 กิจกรรมประกวดการจัดป้ายนิเทศให้ความรู้เกี่ยวกับการรณรงค์ ลด ละ เลิก ใช้ภาชนะโฟม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้ประกอบอาหารและผู้บริโภคในโรงเรียน ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้โฟมบรรจุอาหาร
  2. ผู้ประกอบการค้าอาหารในโรงเรียน และผู้บริโภค ลด ละ เลิก การใช้โฟมบรรจุอาหาร
  3. ผู้ประกอบการค้าอาหารในโรงเรียน เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพทดแทนโฟม
  4. ลดปริมาณขยะจากกล่องโฟมในโรงเรียน