กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. อบรมให้ความรู้ 19 มี.ค. 2562 19 มี.ค. 2562

๑. ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 26 x 50 บาท เป็นเงิน 1,300บาท ๒. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 52 x 2 มื้อ x 25 บาทเป็นเงิน 2,600บาท
๓.กระเป๋าใส่เอกสาร 26 แฟ้ม X 35 บาทเป็นเงิน910 บาท ๔. ค่าสมุด 26 เล่มละ x 15 บาทเป็นเงิน390 บาท ๕. ค่าปากกกา 26 ด้าม X 10 บาท เป็นเงิน260 บาท ๖. ไวนิล120 x 240 บาท เป็นเงิน720บาท ๗. ค่าตอบแทนวิทยากร คนละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท ต่อคน 2 คนเป็นเงิน 2,400 บาท

อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล

-

ตามที่ผู้ปกครองได้รับการอบรม เรื่องโครงการดูแลและส่งเสริมสุขภาพเด็กเล็กปฐมวัย ประจำปี ๒๕๖๒ นั้นผู้ปกครองได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยมากขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้ศักยภาพเด็กเติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริม สนับสนุนปัจจัยที่เอื้อให้เด็กได้รับการป้องกันและได้รับการดูแลสุขภาพที่ถูกลักษณะ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาเด็กในวัย ๒-๕ ขวบให้เติบโตได้อย่างสมบูณร์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ดังนั้น การสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่เด็กปฐมวัย ดังนั้น ผู้ปกครองได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยมากขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธีและสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับผู้ปกครองที่ยังไม่ค่อยเข้าใจให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

-

2. สาฺธิตการล้างมือ 7ขั้นตอน 19 มี.ค. 2562 19 มี.ค. 2562

ค่าสบู่เหลวล้างมือ 2 ขวดละ100.-บาทเป็นเงิน 200.-บาท

สาธิตการล้างมือที่ถูกวิธี ทดสอบการล้างมือที่ถูกต้อง

-

ตามที่ผู้ปกครองได้รับการอบรม เรื่องโครงการดูแลและส่งเสริมสุขภาพเด็กเล็กปฐมวัย ประจำปี ๒๕๖๒ นั้นผู้ปกครองได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยมากขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้ศักยภาพเด็กเติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริม สนับสนุนปัจจัยที่เอื้อให้เด็กได้รับการป้องกันและได้รับการดูแลสุขภาพที่ถูกลักษณะ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาเด็กในวัย ๒-๕ ขวบให้เติบโตได้อย่างสมบูณร์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ดังนั้น การสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่เด็กปฐมวัย ดังนั้น ผู้ปกครองได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยมากขึ้นและสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธีและสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับผู้ปกครองที่ยังไม่ค่อยเข้าใจให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

-