กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานในเขตชุมชนกลันตัน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวานในเขตชุมชนกลันตัน
รหัสโครงการ 62-L2534-2-4
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กลุ่มอาสาสมัครชุมชนกลันตัน
วันที่อนุมัติ 26 ธันวาคม 2561
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2562 - 30 เมษายน 2562
งบประมาณ 15,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสมใจ สุวรรณศิลป์
พื้นที่ดำเนินการ ชุมชนกลันตัน ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ภัยเงียบของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วยพิการและเสียชีวิต ตลอดจนเป็นภาวะต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของคนไทยเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขต่างๆแออัดไปด้วยผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ดังนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนกลันตัน จึงได้ทำโครงการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชากรกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ต้องได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ด้วยการวัดความดันโลหิต การชั่งน้ำหนัก วัดความสูง และการวัดเส้นรอบเอว การเจาะน้ำตาลในเลือด เพื่อค้นหาพฤติกรรมเสี่ยงและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่สงสัยจะเป็นโรคต้องส่งไปรับการรักษาต่อไปตั้งแต่เริ่มแรกทุกราย

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 2. เพื่อให้ประชาชนที่ค้นพบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับการดูแลรักษาในระยะแรก 3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. การตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
วิธีดำเนินการ

1.ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการเพื่อวางแผนการดำเนินงาน 2.จัดทำโครงการและเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 3.จัดทำการคัดกรองความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 4.จัดทำกิจกรรมฝึกการออกกำลังกายและแลกเปลี่ยนความรู้ 5.สรุปผลและรายงานผลโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานควบคุมมากกว่าร้อยละ 90 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพของตนเอง