กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
รหัสโครงการ 62-L3069-1-01
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ
วันที่อนุมัติ 27 ธันวาคม 2561
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2562 - 30 กันยายน 2562
งบประมาณ 47,950.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง , แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 60.00
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 60.00

ในภาวะปัจจุบัน มีการพัฒนาด้านต่างๆ การดำรงชีวิตประจำวัน การเร่งรีบ การแข่งขันในการทำงาน การบริโภคก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จะบริโภคเพื่อให้ร่างกายดำรงชีวิตอยู่รอดหรือบางรายบริโภคเพื่อความอิ่มอร่อย ไม่คำนึงถึงหลักโภชนาการที่ร่างกายจำเป็นต้องนำไปใช้ จึงทำให้เกิดการขาดความสมดุลของสารอาหาร เช่น ภาวะอ้วน มีคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้เกิดการตีบแคบของเส้นเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ขาดการออกกำลังกาย อายุมากขึ้นหรือมีความเครียดในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านท่ากูโบ ตำบลปุโละปุโย ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 4 หมู่บ้าน จากผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเป้าหมายในเขตพื้นที่บ้านท่ากูโบ ปีงบประมาณ 2561 พบว่ามีกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจำนวน 546 คน จากประชากรกลุ่มอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,103 คน จะเห็นได้ว่ากลุ่มเสี่ยงยังมีจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริโภคอาหาร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลอย่างต่อเนื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านท่ากูโบ ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านท่ากูโบ ตำบลปุโละปุโย จึงได้จัดทำโครงการนี้ต่อเพื่อให้สามารถดูแลกลุ่มเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ให้ครอบคลุมมากที่สุด

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และสามารถนำไปปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
  2. เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยที่ได้รับการคัดกรองแล้วได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐาน
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ
  4. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกัน/ชะลอ/ลดภาวะแทรกซ้อนทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังที่เกิดขึ้นจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
  5. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้งบประมาณด้านการรักษา
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะในการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย การดูแล/ติดตามกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย/ ให้ความรู้และฝึกทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่อาสาสมัครสาธารณสุข
  2. อบรมการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพและการดูแลตนเองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานแก่กลุ่มเสี่ยง
วิธีดำเนินการ

วิธีที่ ๑ คัดกรองประชากรเป้าหมายที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป กิจกรรมที่ ๑.๑ อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะในการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย การดูแล / ติดตามกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยแก่อาสาสมัครสาธารณสุข / ให้ความรู้และฝึกทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่อาสาสมัครสาธารณสุขเพื่อเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กิจกรรมที่ ๑.๒ คัดกรองประชากรกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน วิธีที่ ๒ พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กิจกรรมที่ ๒.๑ ประเมินผู้เข้ารับการอบรมด้วยแบบทดสอบก่อนอบรมและประเมินสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ชั่งน้ำหนัก, วัดส่วนสูง, รอบเอว, วัดความดันโลหิต และตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด กิจกรรมที่ ๒.๒ ดำเนินกิจกรรมในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้แก่กลุ่มเสี่ยง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

สามารถให้คำแนะนำและคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงแก่กลุ่มเป้าหมายได้และติดตามเยี่ยมผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน เมื่อพบโรคจะได้รักษาโรคตามเกณฑ์มาตรฐานจากแพทย์ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการ และสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้เช่นคนปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดียืนยาวต่อไป