โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพขยับกาย สบายชีวี
โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพขยับกาย สบายชีวี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพขยับกาย สบายชีวี | |
| รหัสโครงการ | 62-L8302-2-14 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. รพ.สต บ้านสะโล | |
| วันที่อนุมัติ | 18 ธันวาคม 2561 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 23,150.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอิสมาแอ อูมา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลมะรือโบตะวันตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
- ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 10.00
ปัจจุบันสังคมของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปจากอดีต ดังจะเห็นได้จากบริบทการทำงาน เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป มีการแข่งขันทั้งทางด้านข่าวสารสารสนเทศและเทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตของคนในสังคมต้องเร่งรีบและแข่งขันตามกลไกเศรษฐกิจ แต่ในความเจริญนั้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเกิดขึ้นด้วย ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆที่มีความทันสมัยสะดวกสบายมากขึ้นทำให้วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเปลี่ยนไปประชาชนมีการออกกำลังกายน้อยลงทำให้ร่างกายอ่อนแอและปัจจุบันนี้ปัญหาโรคไม่ติดต่อได้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าโรคที่เป็นปัญหาในชุมชน ๕ อันดับแรกในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โดยระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างและไขมันอุดตันในเส้นเลือดผู้ป่วยที่พบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงานและกลุ่มผู้สูงอายุจากการสอบถามพบว่าผู้ป่วยขาดการออกกำลังกายและบริโภคอาหารไม่ถูกต้องก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนซึ่งถ้าประชาชนได้บริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะและมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถลดปัญหาดังกล่าวลงได้ประกอบกับตามนโยบายของผู้บริหารเทศบาลตำบลมะรือโบตก ที่มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุนและดำเนินการในด้านสุขภาพให้กับประชาชนในเขตเทศบาลตำบลมะรือโบตก ให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิต ดีให้มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุขทั้งทางด้านร่างกายจิตใจสังคมอารมณ์และสติปัญญาโดยต้องการให้ประชาชนสามารถดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสุขภาพตนเองได้ด้วยการออกกำลังกายสร้างสุขภาพเพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยดีซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และยังเป็นการป้องกันยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในเขตพื้นที่ชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสะโล ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพจากที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงได้จัดทำโครงการนี้และขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลมรือโบตก จัดทำโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพขยับกาย สบายชีวี ปี2562 ขึ้นมาโดยเห็นว่าการเต้นแอโรบิคเป็นวิธีการออกกำลังกายวิธีหนึ่งเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่สนใจการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักและตื่นตัวเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ผ่อนคลายอารมณ์ เสริมสร้างความสามัคคี และที่สำคัญการออกกำลังกายยังลดความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคดังกล่าวด้วย
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
- จัดกิจกรรมขยับกาย สบายชีวี ลดพุง ลดโรคด้วยวิธีแอร์โรบิค สัปดาห์ละ 3 วัน เป็นเวลา 3 เดือน
- ประชาสัมพันธ์โครงการ
- จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้กีฬามีประโยชน์
ขั้นเตรียมการ
1. ประชุมคณะกรรมการชมรม อสม. แกนนำในชุมชน เพื่อชี้แจงการดำเนินโครงการชุมชนเข้มแข็ง ร่วมแรงออกกำลังกาย และกำหนดหน้าที่ของผู้ดำเนินโครงการทุกฝ่ายที่รับผิดชอบโครงการ
2. ประชาสัมพันธ์ในชุมชนถึงการดำเนินโครงการ
3. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน อสม.ประจำหมู่บ้าน
4. เตรียมวิทยากรในการอบรม
ขั้นดำเนินการ
1. ¬จัดอบรมแกนนำออกกำลังกาย
1.1 คัดเลือกแกนนำออกกำลังกาย เพื่อเป็นแกนนำออกกำลังกายต่อไป
1.2 วัดดัชนีมวลกรของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
1.2 วิทยากรอบรมเกี่ยวกับการออกกำลังกายแก่แกนนำ
2. จัดให้มีการออกกำลังกายต่อเนื่องทุกวัน
2.1 จัดให้มีการออกกำลังกาย(เต้นแอร์โรบิค สับปาดห์ละ 3 วัน อังคาร –พุธ – พฤหัสบดี เวลา 15.00น.- 16.00น. โดยมีผู้นำ(วิทยากร)
2.2 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การออกกำลังกายให้แกนนำ และกลุ่มเป้าหมาย
ขั้นประเมินผล
1. หลังสิ้นสุดโครงการมีการเต้นแอร์โรบิค อย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3 วัน จากแกนนำที่ได้เรียนรู้จากวิทยากรที่เป็นผู้นำเต้นแอร์โรคบิค
2. นับจำนวนสถิติการ มาเข้าร่วมออกกำลังกายของประชาชนอายุ 6 ปี ขึ้นไปในแต่ละวันของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมออกกำลังกายมีการออกกำลังกายทุกวันหรืออย่างน้อย 3 วัน / สัปดาห์
3. นับจำนวนสถิติผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันการออกกำลังกายของแต่ละหมู่บ้าน ประเมินความถูก ต้อง ความสวยงาม ความพร้อมเพรียงของการออกกำลังกายในวันประกวด
4. ประเมินดัชนีมวลกายและรอบเอวจากแบบบันทึกรายงานประจำเดือน
- มีการออกกำลังกายทุกวันอย่างต่อเนื่อง
2. มีการขยายการกำลังกายไปยังกลุ่มบ้านต่าง ๆ
3. ประชาชนที่มีอายุ 6 ปี ขึ้นไปหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 4. ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรคหลอดเลือด ดัชนีมวลกายได้สัดส่วน