กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
รหัสโครงการ 62-L1485-1-02
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านลำแคลง
วันที่อนุมัติ 15 มกราคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤษภาคม 2562 - 31 พฤษภาคม 2562
งบประมาณ 23,025.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางอุไรวรรณ ลีสุรพงศ์
พื้นที่ดำเนินการ อาคารอเนกประสงค์หมู่ที่ 2 บ้านกลาง ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)     ปัจจุบันความก้าวหน้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มจากร้อยละ ๑๐.๗ ในปี ๒๕๕๐ (๗.๐ ล้านคน) เป็นร้อยละ ๑๑.๘ (๗.๕ ล้านคน) ในปี ๒๕๕๓ และร้อยละ ๒๐.๐ (๑๔.๕ ล้านคน) ในปี ๒๕๖๘ (สำนักงานสถิติแห่งชาติ,๒๕๕๑) นับว่าอัตราการเข้าสู่ “ภาวะประชากรสูงอายุ (Population Ageing)” เร็วมาก ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยมีเวลาสั้นมากที่จะเตรียมการเพื่อรองรับประชากรผู้สูงอายุ ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ  และสังคม     ผู้สูงอายุต้องการผู้ดูแลในการทำกิจกรรมประจำวัน จากการตรวจสุขภาพโดยการตรวจร่างกายพบว่าผู้สูงอายุวัย ปลาย (อายุ ๘๐ ปีขึ้นไป) ต้องมีคนดูแลบางเวลาร้อยละ ๕๒.๒ และต้องมีคนดูแลตลอดเวลา ร้อยละ ๑๐.๒ (เยาวรัตน์ ปรปักษ์ขาม,๒๕๔๗) อายุยิ่งสูงยิ่งเจ็บป่วย จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี ๒๕๕๐ พบว่า ร้อยละ ๖๙.๓ ของประชากรในกลุ่มอายุ ๖๐ - ๖๙ ปี เป็นโรคเรื้อรังและพบเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และเพิ่มขึ้นเป็น ๘๓.๓ ในกลุ่มที่มีอายุ ๙๐ ปีขึ้นไป จากสถานการณ์ดังกล่าว อันทำให้ผู้สูงอายุและผู้เตรียมสู่วัยสูงอายุมีแนวโน้มเจ็บป่วยมากและเร็วขึ้น สำหรับผู้สูงอายุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำแคลง มีจำนวน 500 คน ผลการประเมินการทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน (ADL) เป็นผู้สูงอายุที่ติดสังคม ร้อยละ ๙๕.๖๕ ติดบ้าน ร้อยละ ๓.๑๐ และติดเตียงร้อยละ ๑.๒๔
เนื่องจากในปัจจุบันโรคเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญมากจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้สูงอายุของรพ.สต.บ้านลำแคลงที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมีทั้งหมด 156 คน แบ่งเป็นโรคความดันโลหิตสูง 113 คน เป็นโรคเบาหวาน 43 คน ซึ่งผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเสียชีวิตได้ เช่น โรคไตวาย โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมีโอกาสเกิดภาวะทุพลภาพได้ง่าย ทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ ที่อาจนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ลดลงได้ นอกจากผู้สูงอายุจะป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้วยังมีโรคข้อเข่าเสื่อมที่เกิดจากความเสื่อมตามสภาพร่างกายที่จะต้องได้รับการดูแลสร้างเสริมสุขภาพให้มีสุขภาพการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น       ดังนั้นรพ.สต.บ้านลำแคลง เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิชั้นแนวหน้าด้านการจัดการสุขภาพของอำเภอปะเหลียน โดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสุขภาวะที่ดีในการส่งเสริมชุมชน ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น  ด้วยวีถีความพอเพียงอยู่แล้ว  การทำโครงการห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้จะเป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถเชื่อมโยงบูรณาการงานชมรมสร้างสุขภาพในชุมชนให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น อนึ่งการมีตัวแทนจัดบริการโดยตรงแก่ผู้สูงอายุในครัวเรือนด้วยการแพทย์แผนไทยนี้ จะเป็นการเสริมสร้างจริยธรรมและรักษาวัฒนธรรมไทยเป็นกระบวนการสร้างความรักเอาใจใส่  ดูแลผู้สูงอายุในครัวเรือนตลอดจนได้ทดแทนพระคุณบุพการี  ส่งเสริมสร้างวีถีครอบครัวอบอุ่นสังคมเข้มแข็งได้ยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. ข้อที่ 1.เพื่อให้ผู้ดูแลและผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องการดูแลตนเอง
  2. ข้อที่ 2.เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตลดอาการชาในกลุ่มผู้สูงอายุ
  3. ข้อที่ 3.เพื่อลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายด้วยวิธีการแพทย์แผนไทย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1.กิจกรรมหลัก..อบรมให้ความรู้ เรื่องโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ เรื่องการนวดแผนไทย เรื่องเทคนิควิธีการฝึกท่าฤาษีดัดตน ฝึกนวดท่าฤาษีดัดตน
  2. 2. กิจกรรมหลัก...อบรมให้ความรู้ 2.1 กิจกรรมย่อย... วิทยากร โดย นางนิตยา เลิศวิโรจน์ ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทยจากรพ.สต.บางด้วน เรื่องการนวดฝ่าเท้า วิธีการนวดฝ่าเท้า อาการเบื้องต้นที่เกิดกับผู้สูงอายุ ฝึกนวดฝ่าเท้า
  3. 3.กิจกรรมหลัก...อบรมให้ความรู้ กิจกรรมย่อย... วิทยากร โดย นางนิตยา เลิศวิโรจน์ ตำแหน่งผู้ช่วยแพทย์แผนไทยจากรพ.สต.บางด้วน เรื่องการนวดเพื่อผ่อนคลาย วิธีการนวดเพื่อผ่อนคลาย อาการเบื้องต้นที่เกิดกับผู้สูงอายุ(ต่อจากวันที่2) ฝึกนวดเพื่อผ่อนคลาย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้สูงอายุได้มีความรู้และสามารถนำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
  2. ผู้สูงอายุในชุมชนได้รู้จักทำท่าบริหารช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตลดอาการชาได้
  3. ผู้สูงอายุในชุมชนสามารถลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายด้วยวิธีการแพทย์แผนไทย