กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมสุขภาพในเด็กปฐมวัย ศพด.บ้านราษฎร์พัฒนา รพ.ส.ต บ้านนูโร๊ะ ประจำปีงบประมาณ 2562

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมสุขภาพในเด็กปฐมวัย ศพด.บ้านราษฎร์พัฒนา รพ.ส.ต บ้านนูโร๊ะ ประจำปีงบประมาณ 2562
รหัสโครงการ 62-50114-1-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.นูโร๊ะ
วันที่อนุมัติ 21 ธันวาคม 2561
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ -
งบประมาณ 18,750.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางนุชนาถ สะมะแอ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

สุขภาพอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกคนให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย ตลอดจนได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งมีเด็กอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการป่วยและแพร่ระบาดของโรคติดต่อสำหรับเด็กคนอื่นๆได้ง่าย เช่นโรคหวัด ไข้เลือด โรคมือเท้าปาก เป็นต้น ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนูโร๊ะ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อที่จะเกิดขึ้นในศูนย์เด็กเล็ก และเพื่อส่งเสริมให้เด็กปบมวัยมีสุขภาพอนามัยที่ ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงความสำคัญของสุขภาพอนามัย และการรู้จักดูแลสุขภาพร่างกายด้วยตนเอง จะต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น   ดังนั้นรพ.สต. บ้านนูโร๊ะ ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังงหวัดนราธิวาส ตระหนักถึงภาวะสุขภาพอนามัยที่ดี ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพในเด็กปฐมวัย ศพด.บ้านราษฎร์พัฒนา รพ.สต.บ้านนูโร๊ะ เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรค พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ครูผู้ดูแลเด็กผู้ปกครอง เห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อป้องกันโรคระบาดและโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก
  2. เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดต่อและรู้จักวิธีรักษาความสะอาดให้ปลอดจากโรคติดต่อในเด็ก
  3. เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสะอาดปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้ครูพี่เลี้ยงและผู้ปกครอง
  2. อบรมให้ความรู้ครูพี่เลี้ยงและผู้ปกครองเด็ก การเฝ้าระวังในเรื่องโรคติดต่อ
วิธีดำเนินการ

สุขภาพอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกคนให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย ตลอดจนได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งมีเด็กอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการป่วยและแพร่ระบาดของโรคติดต่สำหรับเด็กคนอื่นๆ ได้ง่าย เช่นโรคหวัด ไข้เลือดออก โรคมือเท้าปาก ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนูโร๊ะ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการเฝ้าระวังป้องโรคติดต่อที่เกิดขึ้นในศูนย์เด็กเล็ก และเพื่อส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาพอนามัยที่ดี ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบถึงความสำคัญของสุขภาพอนามัย และการรู้จักดูแลสุขภาพร่างกายด้วยตนเอง จะต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น   ดังนั้น รพ.สต.บ้านนูโร๊ะ ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ตระหนักถึงภาวะสุขภาพอนามัยที่ดี ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพในเด็กปฐมวัย ศพด.บ้านราษฏร์พัฒนา รพ.สต.บ้านนูโร๊ะ เพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรค พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรค พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง เห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ลดอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อ
  2. ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องโรคติดต่อสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  3. ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองให้ความร่วม