กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการเต้นแอโรบิคลดพุง ลดโรค “ชมรมแอโรบิคบ้านลำแคลงม.4”

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการเต้นแอโรบิคลดพุง ลดโรค “ชมรมแอโรบิคบ้านลำแคลงม.4”
รหัสโครงการ 62-L1485-2-12
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมแอโรบิคบ้านลำแคลงม.4
วันที่อนุมัติ 15 มกราคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2562 - 31 สิงหาคม 2562
งบประมาณ 35,870.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวณทิพรดา สำนักพงษ์ ตำแหน่ง ประธานชมรมแอโรบิคบ้านลำแคลง ม.4
พื้นที่ดำเนินการ ณ บ้านนายวิชาญ บวชชุม บ้านเลขที่ 49/1 ม.4 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)     ปัจจุบันสังคมของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปจากอดีต ดังจะเห็นได้จากบริบทการทำงาน เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป มีการแข่งขันทั้งทางด้านข่าวสารสารสนเทศและเทคโนโลยี ทำให้วิถีชีวิตของคนในสังคมต้องเร่งรีบและแข่งขันตามกลไกเศรษฐกิจ แต่ในความเจริญนั้นก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเกิดขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ระบบเศรษฐกิจนั้นยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรมนุษย์ เพราะร่างกายมนุษย์เสื่อมลงตามกาลเวลา ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมหลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนอิริยาบถในชีวิตประจำวันเป็นการออกกำลังกาย ทำให้ไม่เห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย บางคนอ้างว่าไม่มีเวลาว่าง จึงส่งผลให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอลง เนื่องจากไม่รู้จักดูแลสุขภาพของตนเอง จึงทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมา ทำให้ประชาชนหันไปพึ่งพาสินค้าที่จะทำให้สุขภาพดีจากสิ่งต่างๆ เช่นยาลดความอ้วน น้ำสมุนไพรต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นและมีราคาแพง และส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกด้วย
การสร้างเสริมสุขภาพด้วยวิธีง่ายๆด้วยการหันมาดูแลสุขภาพด้วยวิธีการออกกำลังกายโดยวิธีการเต้นแอโรบิคนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันโรคต่างๆได้เช่น โรคไขมัน โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคแทรกซ้อนอื่นๆอีกมากมาย โรคเหล่านี้ส่งผลให้รัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการรักษาจำนวนมาก การที่คนเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ดี เราต้องสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย คือการให้เขารู้ว่าร่างกายมีข้อบกพร่องด้านใดบ้างจากการตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยวิธีง่ายๆเช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เจาะค่าน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ประชาชนสนใจและชักชวนกันมาออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดยวิธีเต้นแอโรบิคเป็นการออกกำลังกายที่มีเสียงเพลงและจังหวะดนตรีรวมทั้งการมีกลุ่มเพื่อนๆร่วมออกกำลังกายด้วยจะยิ่งทำให้เกิดกระแสปลุกพลังอยากออกกำลังกาย ได้นานและบ่อยยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพกายเท่านั้น การออกกำลังกายกับกลุ่มเพื่อนยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะ ช่วยให้ผ่อนคลายความกังวลต่างๆได้และคนไทยส่วนใหญ่ชอบอยู่รวมกลุ่มกันสนุกสนานสบายๆจึงชอบออกกำลังกายกับเพื่อนมากกว่าการออกกำลังกายเพียงลำพัง ดังนั้นประชาชนจึงควรเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ตนเองมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและถือว่าการออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคได้ ประธานชมรมแอโรบิคบ้านลำแคลงม.4 ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการดูแลเรื่องสุขภาพของประชาชนโดยการออกกำลังกายวิธีเต้นแอโรบิค เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้แก่ประชาชนในเรื่องพฤติกรรมการออกกำลังกาย รวมทั้งส่งเสริมความรักความสามัคคีความเข้มแข็งในชุมชนและการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1.เพื่อส่งเสริมประชาชนหมู่ 4 ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ข้อที่ 2.เพื่อลดภาวการณ์เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ข้อที่ 3.ส่งเสริมให้ประชาชนใช้เวลาว่างเกิดประโยชน์
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. กิจกรรมหลัก...อบรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน 1.1 กิจกรรมย่อย... อบรมโดย ว่าที่.ร.ต.วรวิทย์ เกาะกลาง ครูสอนวิชาพละศึกษาโรงเรียนบ้านลำแคลง
  2. 2.1 กิจกรรมย่อย... นำเต้นโดย นางสาวกาญจนา รักไทย ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ รพ.ย่านตาขาว จำนวนคนเต้น 30 คน
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ (ออกแบบให้ละเอียด) 1. ประชุมชี้แจงโครงการ 2. เสนอโครงการต่อคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเพื่อขออนุมัติโครงการ 3. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายให้กับกลุ่มเป้าหมาย 4. ดำเนินการตามโครงการ โดยจัดให้มีการออกกำลังกาย เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 วัน 5. รายงานผลการดำเนินโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น 2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลดภาวการณ์เจ็บป่วยได้ 3. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์