โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-l4143-01-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู | |
| วันที่อนุมัติ | 20 พฤศจิกายน 2561 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 ธันวาคม 2561 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 22,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางยูไวรียะ ยูนุ๊ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น 189 ล้านคน และคาดว่าในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 324 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงได้ไม่ดี และส่วนใหญ่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้นน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และความเครียดจากการทำงาน โรคความดันโลหิตสูงนอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ “พันธุกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของพันธุกรรมนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้ มีผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรค และป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเพราะการควบคุมอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงได้ ในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 63.91 ซึ่งถือว่ายังควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงให้ครอบคลุมกลุ่มป่วยทุกคน ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย
- 1.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- 2.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี มากกว่าร้อยละ 50
- 3.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการตรวจคัดกรองไต มากกว่าร้อยละ 90
- กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้
- จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ
- ประชาสัมพันธ์โครงการ และแจ้งกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โดยในการอบรมแบ่งกลุ่มเป้าหมาย เป็น 2 รุ่นๆ ละ 50 คน มีกิจกรรมดังนี้ 3.1 เจาะเลือดตรวจคัดกรองไต 3.2 อบรมเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเป้าหมาย
- การบริโภคอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย และการสังเกตตนเองเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย
- การรับประทานยาในผู้ป่วย และการขาดยาจะส่งผลอย่างไร
1.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง 2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี มากกว่าร้อยละ 50 3.อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยลดลง