โครงการการแก้ไขปัญหาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปี 2562
โครงการการแก้ไขปัญหาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการการแก้ไขปัญหาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-L2482-1-2 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกมือบา | |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2561 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 12,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางดาราวัลย์ บั้นบูรณ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส |
- ร้อยละประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการคัดกรองและประเมินความเสี่ยง ขนาด 40.00
- ร้อยละของประชาชนมีความรู้และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพและการป้องกันตนเอง ขนาด 30.00
- ร้อยละผู้ที่ตรวจคัดกรองพบภาวะเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขนาด 60.00
ตามที่นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดตัวชี้วัดของโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยกำหนดให้มีกิจกรรมการคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยในชุมชนและให้มีการลดละกิจกรรมเสี่ยง อันได้แก่ ละเลิกการสูบบุหรี่ ดื่อมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานผัก ผลไม้เพิ่มขึ้น มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกิน ประชาชนในเขตรับผิดชอบของรพ.สต.บ้านโคกมือบา ต.โฆษิต มีภาวะการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น บูดู ปลาเค็ม และเนื้อหมัก ซึ่งจะมีรสชาติที่เค็มมาก และยังนิยมบริโภคอาหารที่มีรสหวาน รสมัน และพฤติกรรมการบริโภคน้ำชา กาแฟ เป็นกิจวัตรประจำวัน ประกอบกับการขาดการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามรูปแบบ และยังมีพฤติกรรมที่ไม่นิยมรับประทานผัก จึงส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ทีภาวะป่วยด้วยโรค ที่เกิดจากพฤติกรรมของตนเอง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ขาดการป้องกันโรค รอจนป่วย แล้วค่อยเยียวยารักษา ขณะเดียวกันผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ยังไม่ตระหนักถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ถูกตัดแขน ขา กลายเป็นผู้พิการ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เป็นภาวระแก่บุคคลในครอบครัว และชุมชน ซึ่งกลุ่มป่วยในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านโคกมือบา ทั้งสามหมู่บ้าน มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นในแต่ละปี เช่น เบาหวานขึ้นตา ถูกตัดขา แผลเรื้อรัง มีภาวะของโรคหัวใจและหลอดเลือด กลายเป้นผู้ป่วยติดเตียง และยังมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ที่รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง รับประทานยาบ้างไม่รับประทานยาบ้าง หรือรับปผระทานยาแต่ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอื่นๆ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีภาวะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆสูงมาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรพ.สต. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้มาหลายปี แต่ยังไม่สามารถ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งกลุ่มป่วย และกลุ่มเสี่ยงได้ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพและการป้องกันตนเอง จากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อให้ผู้ตรวจคัดกรองพบภาวะเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
- เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย
- ให้ความรู้ในกลุ่มเป้าหมาย
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- จัดทำฐานข้อมูลประชากรกลุ่มเป้าหมาย อายุ 35 ปีขึ้นไป
- จัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการเพื่อเสนอคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพต.โฆษิต
- ประสาน อสม.แกนนำสุขภาพและผู้นำชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรองตามวันและเวลาที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ
- ดำเนินการตรวจคัดกรองและให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดโรคและส่งต่อ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง กรณีที่ตรวจคัดกรองพบความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
- จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในเรื่อง 3 อ 2 ส ในกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วย
- ติดตามกลุ่มป่วยเพื่อดูแลให้ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- รวบรวมข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงานพฤติกรรมในเรื่อง 3อ 2 ส ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย
- รวบรวมข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงาน
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปี ขึ้นไปได้รับการคัดกรองความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือดร้อยละ 90
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปี ได้รับความรู้ในการปฏิบัติตัวและป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนจากโรคดังกล่าว
- ผู้ที่ตรวจคัดกรองพบความเสี่ยงได้รับการส่งต่อเพื่อพบแพทย์วินิจฉัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วย สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน
- ลดภาวะแทรกซ้อนใหม่ในกลุ่มป่วย